ย้อนรอย “Pecunia non olet” คำคมสอนใจ กับการเก็บภาษี “ปัสสาวะ” ของจักรพรรดิโรมัน


129 shares

เพื่อนๆ เคยได้ยินประโยคพูดของ “เวสเพเซียน” จักรพรรดิโรมันคนที่ 9 ที่ว่า “Pecunia non olet” กันมาก่อนไหม? นี่เป็นคำพูดซึ่งแปลแบบตรงๆ ได้ว่า “เงินไม่เหม็น” หรือ “เงินไม่เคยด่างพร้อย” และมีความหมายลึกๆ ว่าต่อให้คุณได้เงินมาอย่างไร สุดท้ายมันก็มีค่าเท่ากัน

นี่นับเป็นคำคมที่ดีมากๆ อันหนึ่งเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าตัวของเวสเพเซียนเองก็ทำตามคำพูดของตัวเองเป็นอย่างดีเลยด้วย เพราะเขานั้นเก็บภาษีมันแทบทุกอย่าง ถึงขั้นที่ว่าเจ้าตัวจะเก็บภาษีปัสสาวะเลย

 

 

ด้วยความที่เวสเพเซียนนั้นปกครองโรมันในช่วงปี ค.ศ. 68-69 ซึ่งนี่เป็นช่วงเวลาที่โรมันมีสงครามกลางเมืองจนต้องเปลี่ยนจักรพรรดิถึง 4 คน แถมยังเป็นเวลาราวๆ หนึ่งปีหลังจากความตายของจักรพรรดิเนโร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เวสเพเซียนจะพบกับปัญหาการเงินทันทีที่ขึ้นครองราชย์

ด้วยเหตุนี้เอง เพื่อที่จะแก้ปัญหาการเงินของอาณาจักร เวสเพเซียนจึงทำสิ่งที่เขาถนัดที่สุดจากการเป็นบุตรชายของคนเก็บภาษี ด้วยการขึ้นภาษีในอาณาจักรโรมัน แถมยังมีการตั้งภาษีใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็รวมไปถึงภาษีปัสสาวะด้วย

 

 

พอกล่าวมาถึงตรงนี้ หลายๆ คนก็คงจะตั้งคำถามกันแล้วว่าเวสเพเซียนนั้นมีวิธีเก็บภาษีปัสสาวะแบบไหนกัน ซึ่งสำหรับตรงนี้แล้วเราคงต้องทำความเข้าใจกันสักนิดว่าคนโรมันในสมัยก่อนเขามีการใช้งานปัสสาวะที่ค่อนข้างหลากหลายมาก เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน

ด้วยความที่ว่าปัสสาวะของคนนั้น หากเอาไปทิ้งไว้เป็นเวลาราวๆ 24 ชั่วโมง สารยูเรียในปัสสาวะมันจะเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียได้ และเจ้าแอมโมเนียที่ว่านี้มันก็เหมาะกับการนำไปซักผ้า หรือแปรงฟัน

 

 

แถมนอกจากทำความสะอาดแล้ว ปัสสาวะของมนุษย์ยังถูกใช้งานในการทำเครื่องหนัง และการฟอกสีขนสัตว์บางชนิดอีกด้วย ดังนั้นเมื่อคนโรมันทำธุระส่วนตัว ปัสสาวะของพวกเขาก็จะถูกเก็บไปรวมกันไว้โดยคนงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนเหล่านี้เองซึ่งต้องจ่ายภาษีใหม่ในรัฐ (ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนบอกว่าคนที่ใช้งานปัสสาวะอย่างเช่นโรงทำเครื่องหนังเองก็น่าจะโดนเก็บภาษีด้วย) และด้วยความที่ปัสสาวะเป็นของที่ต้องมีการใช้งานกันทุกวัน ภาครัฐจึงได้รับเงินจำนวนมากจากภาษีในส่วนนี้

 

หนึ่งในโรงซักฟอกของปอมเปอี

 

อย่างไรก็ตามเก็บภาษีจากของอย่างปัสสาวะนั้นนับว่าเป็นอะไรที่ถูกรังเกียจโดยคนสมัยนั้น (โดยเฉพาะลูกของเวสเพเซียนเอง) ซึ่งทำให้เวสเพเซียนต้องใช้คำว่า “Pecunia non olet” ในการเตือนสติคนรอบตัวถึงความเป็นจริงที่ว่าต่อให้เงินเหล่านี้มาจากปัสสาวะก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วเงินมันก็คือเงิน

ที่สำคัญคือพวกเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เวสเพเซียนได้ช่วยเหลือการเงินของภาครัฐในสมัยนั้นไว้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากคำพูดของเขาจะเป็นที่จดจำไปอีกนานแล้ว นักประวัติศาสตร์หลายๆ คนยังมีการบันทึกไว้ด้วยว่า ในตอนที่เวสเพเซียนสิ้นชีพนั้น เขาได้ทิ้งสมบัติมากมายไว้ให้ทายาทจากการเก็บภาษีที่หลายๆ คนมองว่าสกปรกเลย

 

เหรียญที่ผลิตขึ้นโดยมีเวสเพเซียนเป็นต้นแบบ

 

ที่มา allthatsinteresting

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

129 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions