หนุ่มมาเลฯ ใช้เวลา 8 ปี เรียนจนได้ ป.เอก แต่กลับไม่มีบริษัทไหนรับ ต้องขับ Grab ประทังชีวิต


เรื่องราวที่เพื่อนๆ กำลังจะได้อ่าน มันได้ถูกแชร์ลงสู่โลกโซเชียลผ่านเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า IIUM Confessions เป็นประสบการณ์ชีวิตของชายชาวมาเลเซีย หลังจากที่เขาเรียนจบปริญญาโทและปริญญาเอก

 

ภาพจาก Policy Options

 

หนุ่มวัย 32 ปีเจ้าของเรื่อง เล่าว่า เขาเรียนจบระดับปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ สาขาชีววิทยา มาตั้งแต่ปี 2017 และที่ผ่านมากว่า 2 ปี เขาได้ใช้เวลาไปกับการหางาน

และนั่นก็ทำให้เขาได้เผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้าย เมื่อไม่มีบริษัทไหนรับเขาเข้าทำงานเลยแม้แต่ที่เดียว โดยที่บริษัทเหล่านั้นให้เหตุผลกับเขาว่า…

“’คุณมีคุณสมบัติที่มากเกินความจำเป็น’ นั่นคือเหตุผลที่แทบทุกบริษัทมักจะบอกกับผมในการสัมภาษณ์งาน

ผมเคยเอาระดับการศึกษาในส่วนนี้ออกจากเรซูเม่ แต่พอคนสัมภาษณ์ถามว่าผมเอาเวลาไปทำอะไรตั้ง 8 ปี โดยไม่มีประสบการณ์การทำงาน? สุดท้ายผมก็ต้องเล่าอยู่ดีว่าเวลานั้นกำลังเรียนปริญญาโทและเอก”

 

ภาพจาก Campus Tori

 

จากสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดกว่า 2 ปี ทำให้ทุกวันนี้ชายหนุ่มจึงต้องหันไปพึ่งพาการขับ Grab Food ประทังชีวิตไปในแต่ละวัน ซึ่งทำให้การเงินของเขาไม่ได้ไหลลื่นและมั่นคงเท่าที่ควร

“ตอนนี้ผมอายุ 32 ปี ผมควรต้องเริ่มมีเสถียรภาพทางการเงินบ้างแล้ว แต่ไม่เลย ผมทำได้แค่เลี้ยงปากท้องตัวเองไปวันๆ เท่านั้นเอง จะช่วยค่าใช้จ่ายพ่อแม่หรือทุนการศึกษาของน้องๆ อีก 3 คน ผมก็ทำไม่ได้”

 

พ่อครับแม่ครับ ผมขอโทษ…”

ภาพจาก CNBC

 

การที่ตนเองไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ทำให้เขามักจะนึกเสียใจและเสียดายช่วงเวลากว่า 8 ปีที่ใช้ไปกับการเรียนปริญญาโทและเอก

มันไม่ใช่แค่ว่าเขาหางานไม่ได้ แต่ชายหนุ่มยังรู้สึกว่าช่วงเวลา 8 ปีกลับทำให้เขาต้องสูญเสียอะไรหลายๆ อย่าง ถ้าเขารู้ว่าจะต้องออกมาขับ Grab แบบนี้ สู้ไม่เรียนตั้งแต่แรกแล้วเริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้นยังจะดีเสียกว่า

 

ภาพจาก Free Malaysia Today

 

ถึงอย่างนั้น เขาก็ยอมรับว่าเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจเรียนต่อหลังจบปริญญาตรี นั่นก็เพราะว่าตัวเขาเองเป็นคนที่ชอบการเรียนหนังสือเอามากๆ แต่พอมาถึงจุดนี้แล้วเขาคิดว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้น

เขาคิดว่าแม้จะชอบเรียนมากแค่ไหน แต่เราก็ต้องพักการเรียนบ้าง หลังจากจบปริญญาตรีแล้วเราควรต้องออกไปหางานทำก่อน ถ้าเราถนัดในงานที่ทำแล้วก็ค่อยคิดเรื่องเรียนต่อหลังจากนั้น ถ้าไม่อยากต้องเผชิญแบบเดียวกันนี้

 

ลองเปรียบเทียบสถานการณ์ในตอนนี้กับค่าเล่าเรียนทั้งหมดที่เสียไป มันคุ้มค่ากันมั้ยล่ะ?”

ภาพจาก Tuition

 

ท้ายที่สุดแล้ว เขาจึงแสดงความคิดเห็นและทิ้งท้ายเป็นคำแนะนำให้กับทุกคนว่า…

“ความรู้ไม่ได้มีแต่ในมหาวิทยาลัย แต่มันยังมีอยู่ในบริษัท โรงงาน หรือแม้แต่ตามข้างทาง เราต้องไม่ลืมที่จะออกไปขวนขวานเรียนรู้ในส่วนนั้นด้วย

เพราะไม่แน่ว่าสุดท้ายแล้ว การเรียนต่อก็อาจเป็นแค่ความพยายามที่ถูกเก็บไว้ในหนังสือเล่มหนา ถูกวางไว้ในห้องสมุด โดยที่มันอาจไม่เคยถูกอ่านอีกเลยก็ได้”

 

เขาลงชื่อไว้ท้ายบทความว่า ‘คนขับ Grab Food วุฒิ ป.เอก’ (Grab Food PhD Holder)

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: IIUM Confessions , World of Buzz 

Advertisement


Like it? Share with your friends!

0 Comments