ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เรามักจะเคยถูกพ่อแม่เตือนอยู่เป็นประจำว่า ‘อย่าจ้องหน้าจอคอมหรือจอทีวี’ เป็นเวลานาน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้สายตาสั้น หรือถึงแย่ที่สุดก็อาจจะตาบอดได้เลย

แต่ในยุคปัจจุบัน เมื่อสมาร์ตโฟนถือกำเนิดขึ้น ทำให้อาการ ‘ติดจอ’ ของเหล่าวัยรุ่นทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะช่วง ‘ก่อนเข้านอน’ แม้จะปิดไฟไปแล้ว แต่หลายๆ คนก็มักจะหยิบมือถือขึ้นมาเปืดดูอะไรต่อมิอะไรอยู่เป็นประจำ และก็คิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร…

 

ภาพประกอบบทความ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

แต่ความคิดของคุณจะเปลี่ยนไปเมื่อได้อ่านเรื่องราวต่อไปนี้ หญิงสาวชาวจีนรายหนึ่งถึงกับ ‘ตาบอด’ ไปชั่วขณะ เนื่องจากเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าหญิงสาวจากเมืองเชินเจิน (Shenzhen) มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล ด้วยอาการ ‘ตาซ้าย’ มองไม่เห็น

จากการสำรวจเบื้องต้น นายแพทย์ เฉียว หวังเจี้ยน (Qiu Wangjian) ระบุว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการที่เธอเล่นโทรศัพท์ในที่มืดเป็นเวลานานเกินไป

 

 

“เบื้องต้นเราทราบว่า ก่อนจะเกิดอาการดังกล่าว เธอเล่นโทรศัพท์ในที่มืดติดต่อกันแทบจะทั้งคืนจนหลับไป พอตื่นเช้ามาเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นอีก”

“จากนั้น 5 นาทีต่อมา ผู้ป่วยก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ตาข้างซ้ายของเธอ ไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว ก็เลยตัดสินใจโทรเรียกรถพยาบาล”

“จากภาพถ่ายดวงตาของเธอ เราจะเห็นว่ามีรอยปรุของเลือดอยู่บนกระจกตาของเธอ ทำให้ปิดกั้นการมองเห็น”

“เราเลยวินิจฉัยว่า รอยปรุเลือดที่ว่านั้นมาจาก ‘แรงดัน’ จนทำให้เส้นเลือดในจอประสาทตาแตก และไหลเข้ามาบังจอตาจนทำให้มองไม่เห็น” คุณหมอเฉียวเล่า

 

 

จากอาการที่ว่านี้เกิดจากการใช้สายตาอย่างหนักหน่วง เลยทำให้เส้นเลือดในจอตาแตกออก ดังที่เราจะเห็นในภาพ

นอกจากนี้ คุณหมอเฉียวยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ซึ่งอาการนี้ มันสำคัญมากๆ ที่เราจะต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในระยะยาวกับผู้ป่วย” 

คุณหมอใช้วิธีการ ‘ยิงแสงเลเซอร์’ เพื่อเจาะรูเล็กๆ บนจอตาของผู้ป่วย เพื่อระบายเลือดที่คั่งอยู่ในนั้นออกมา และทำให้เธอสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง

 

ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ที่เราเคยกลัวนั้นน่ะ มันคือความจริง แต่เอาเข้าจริงๆ หากใช้ร่างกายเปลืองเกินไปก็ย่อมส่งผลเสียทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ให้ทำแต่พอดีนะจ๊ะ

 

ที่มา : unilad, foxnews, dailystar

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์