มัมมี่ “เจ้าหญิง” เผ่าอินคา ถูกส่งตัวคืนโบลิเวียแล้ว หลังเก็บไว้ที่สหรัฐฯ มากว่า 129 ปี


ตลอดช่วง 129 ปีที่ผ่านมา ภายในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกนในสหรัฐอเมริกา ยังมี มัมมี่ซึ่งมีความสมบูรณ์สูงซึ่งได้รับชื่อเล่นว่า “Ñusta” หรือ “เจ้าหญิง” เก็บเอาไว้ แต่มัมมี่ร่างนี้นั้น เดิมทีแล้วเป็นของชาวอินคาแห่งโบลิเวีย ไม่ใช่วัตถุโบราณของมิชิแกนหรือสหรัฐฯ แต่อย่างไร

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือของสถานทูตสหรัฐฯ ในลาปาซ โบลิเวีย และคุณ William A. Lovis ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านมานุษยวิทยาแห่งรัฐมิชิแกน รัฐบาลของทั้งสองประเทศก็ได้ตกลงที่จะทำการส่งมอบมัมมี่ Ñusta กลับสู่ประเทศบ้านเกิดจนได้

 

 

นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่วัตถุทางโบราณคดีที่มีความสำคัญในระดับมัมมี่ถูกส่งตัวคืนให้กับประเทศทางอเมริกาใต้ และนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของรัฐบาลโบลิเวียในการติดตามวัตถุโบราณที่หายไปจากประเทศเลยก็ว่าได้

โดยมัมมี่ Ñusta ที่ถูกส่งกลับในครั้งนี้ เป็นมัมมี่ของเด็กหญิงวัย 8 ขวบที่เชื่อกันว่าเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 15 และถูกพบเป็นครั้งแรกในพื้นที่ภูเขาแอนเดียนใกล้ๆ เมืองลาปาซ

 

 

ร่างของเธอนั้น อยู่ในสภาพที่มีความสมบูรณ์พร้อมเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่บนตัวมัมมี่ยังมีเศษผ้า  มือและเท้าของยังมีผิวหนังอยู่ และที่สำคัญคือในกะโหลกศีรษะเองก็ยังคงมีสมองเก็บอยู่ภายในด้วย

นักโบราณคดีเชื่อว่า ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ Ñusta น่าจะเคยเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของเผ่าอินคามาก่อน อ้างอิงจากการที่รางของเธอถูกเก็บไว้ใน “Chullpa” สุสานหินขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นโดยชาวไอมารา และถูกฝังไว้กับของมีค่ามากมายอย่างกระเป๋า ขวดดิน รองเท้าแตะ และพืชหลายชนิดอย่างข้าวโพดและโคคา

 

“Chullpa” สุสานหินขนาดใหญ่ของชาวไอมารา

 

ของมีค่าที่ฝังอยู่กับตัวมัมมี่

 

แต่แม้ว่าเธอจะเป็นบุคคลสำคัญของเผ่าอินคา และได้รับชื่อเล่นที่แปลว่าเจ้าหญิงก็ตาม ทีมนักโบราณคดีก็ยังไม่ได้ฟันธงว่าเธอเป็นเจ้าหญิงของเผ่าจริงๆ แต่อย่างไร นั่นเพราะมันมีความเป็นไปได้ว่าจริงๆ แล้ว Ñusta จะเป็นเพียงผู้ถูกเลือกในพิธีบูชายัญได้เช่นกัน

แต่ไม่ว่าตัวจนที่แท้จริงของเด็กหญิงคนนี้จะเป็นใครกันแน่ เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่รัฐบาลสามารถนำร่างของเธอกลับมาได้นั้นนับว่าเป็นข่าวดีมากๆ ของชาวโบลิเวียเลย

 

 

โดยในปัจจุบัน ร่างของ Ñusta ได้ถูกนำไปเก็บไว้ยังห้องเย็นที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติลาปาซเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทีมนักวิทยาศาสตร์ของโบลิเวียก็จะทำการศึกษาร่างของเธออย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

 

ที่มา allthatsinteresting, ancient-origins และ thesun

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments