ตามทฤษฎีและความเชื่อของนักวิทยาศาสตร์ ที่ทวีปแอนตาร์กติกาจะนับเป็นสถานที่แห่งหนึ่งในโลก ที่มีอุกกาบาตตกใส่บ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้

ทั้งที่เป็นแบบนั้น แต่อุกกาบาตที่แอนตาร์กติกา กลับมีเพียงแค่ 1% เท่านั้น ที่จะเป็นอุกกาบาตแบบที่เป็นโลหะ ในขณะที่ตามปกติ อุกกาบาตที่ตกในที่อื่นๆ ของโลก จะมีแบบที่เป็นโลหะอยู่ถึงราว 5%

 

 

การขาดดุลทางสถิตินี้ สร้างความแปลกใจให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดว่าพวกเข้าได้ตัดสินใจวางแผนที่จะให้เวลา 6 สัปดาห์ในแอนตาร์กติกา เพื่อที่จะตามหาอุกกาบาตที่หายไปนี้เอง

อ้างอิงจากทีมนักวิทยาศาสตร์ ที่พวกเขาให้ความสนใจอุกกาบาตแบบที่เป็นโลหะในแอนตาร์กติกาขนาดนี้ เป็นเพราะอุกกาบาตเหล่านี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้พวกมันอาจจะกุมความลับของระบบสุริยะเมื่อราวๆ 4,500 ล้านปีก่อน เอาไว้ได้เลย

 

 

พวกเขาอธิบายเพิ่มเต็มว่า การออกค้นหาอุกกาบาตในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ทางทีมวิจัยมีการตั้งทฤษฎีที่น่าสนใจมาเพื่ออธิบายขาดดุลทางสถิติของอุกกาบาตแบบที่เป็นโลหะในแอนตาร์กติกา

โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ได้เชื่อว่า ที่แอนตาร์กติกานั้นแท้จริงแล้วก็มีอุกกาบาตแบบที่เป็นโลหะตกลงมาอยู่เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ในโลก เพียงแต่มนุษย์เราหามันไม่เจอ เนื่องจากมันฝังอยู่ใต้น้ำแข็งลึกกว่าอุกกาบาตทั่วไปก็เท่านั้น

ดังนั้น เพื่อที่จะพิสูจน์ความคิดนี้ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะออกค้นหาอุกกาบาตในพื้นที่มากกว่า 15 ตารางกิโลเมตร โดยอาศัยเครื่องตรวจจับโลหะแบบพิเศษสองชุด ที่ถูกออกแบบมาให้ลากได้ด้วยรถสโนว์โมบิล

 

 

และในกรณีที่พวกเขา สามารถพบอุกกาบาตแบบโลหะเพิ่มเติมอย่างที่หวังไว้จริงๆ มันก็ไม่แน่เหมือนกันว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะสามารถไขความลับอีกข้อหนึ่งของระบบสุริยะและจักรวาลได้ด้วยการตรวจสอบอุกกาบาตที่พวกเขาพบก็เป็นได้

 

ที่มา livescience, bbc และ express

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์