มันเป็นเรื่องที่เราทราบกันว่าไฟป่านั้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนก็สามารถสร้างปัญหามากมายตามมาได้ไม่ยาก ถึงอย่างนั้นก็ตามไฟป่าในบางพื้นที่ก็อาจจะสร้างปัญหาได้มากกว่าที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดเลยเช่นกัน

นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง ทางการของประเทศยูเครนได้ออกมาประกาศว่า ในเสาร์ที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟป่าขนาดใหญ่ขึ้น ในพื้นที่เขตหวงห้ามรอบๆ เชอร์โนบิล และด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างไฟป่าในที่นั่นก็ทำให้ระดับรังสีในพื้นที่ พุ่งขึ้นถึง 16 เท่าเสียด้วย

 

 

“ผมมีข่าวร้ายมาบอก ตอนนี้ระดับรังสีในจุดศูนย์กลางที่เกิดไฟไหม้ เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับปกติแล้ว” คุณ Yegor Firsov หัวหน้าฝ่ายบริการตรวจสอบระบบนิเวศของยูเครน กล่าวในเฟซบุ๊ก

โดยการประกาศของคุณ Yegor Firsov ในครั้งนี้ถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกลับวิดีโอของเขาซึ่งกำลังใช้เครื่องมืออย่าง ไกเกอร์เคาน์เตอร์ ตรวจสอบปริมาณรังสีในพื้นที่อยู่ ซึ่งในกรณีนี้เครื่องของเขาเตือนว่ารังสีในพื้นที่ได้พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ราวๆ 2.6 usv/h จากที่ตามปกติในพื้นที่จะมีรังสีแค่ราว 0.14 usv/h เท่านั้น

 

 

แน่นอนว่าตัวเลขที่ออกมานี้ แม้ว่าจะยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าการตรวจเอกซเรย์ปกติด้วยซ้ำ แต่สำหรับทีมดับเพลิงที่ต้องทำงานในการดับไฟเป็นเวลานานๆ แล้ว พวกเขาก็มีการรายงานว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ “สร้างความลำบาก” แก่การดับไฟมาก และที่สำคัญคือมันสร้างความไม่สบายใจให้แก่พื้นที่รอบๆ เป็นอย่างยิ่ง

นับว่าโชคดีเป็นอย่างมากที่ด้วยการทำงานของทางยูเครนซึ่งได้ส่งทั้งเครื่องบินสองลำ เฮลิคอปเตอร์ และนักผจญเพลิงราว 100 คนเพื่อต่อสู้กับกองเพลิงในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมไฟป่าที่เกิดขึ้นได้โดยที่เปลวเพลิงกินพื้นที่ไปราวๆ 632 ไร่เท่านั้น

 

 

และในเช้าวันต่อมานั่นเอง ไม่เพียงแต่เราจะไม่มีรายงานเพลิงไหม้เพิ่มเติมแล้ว แต่ปริมาณรังสีที่จู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นเองก็ยังลดลงมาจนอยู่ในระดับปกติแล้วอีกด้วย

 

ที่มา theguardian, dailymail และ time

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์