หากเพื่อนๆ ยังคงจำกันได้ เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ที่ประเทศอียิปต์ได้มีการค้นพบ พบสุสานแห่งใหม่พร้อมมัมมี่คน แมว หนู และเหยี่ยวรวมกว่า 50 ร่าง ในพื้นที่ซูฮัก ทางตอนใต้ของกรุงไคโร (อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่)

 

สุสานแห่งนี้คาดว่าสร้างขึ้นเพื่อชาวอียิปต์ชื่อ “ทูทู” ผู้มีชีวิตอยู่ในยุคราชวงศ์ทอเลมีตอนต้น

 

นั่นเพราะเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ทางการของอียิปต์ได้มีการออกมาประกาศว่าพวกเขานั้นมีแผนการที่จะทำการขนย้ายโบราณสถานแห่งนี้จากที่ซูฮักไปไว้ยังพิพิธภัณฑ์ของเมืองหลวงใหม่ (New Administrative Capital) ซึ่งมีการวางแผนสร้างมาตั้งแต่ในปี 2015

โดยภายในแผนการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ ทางการอียิปต์ได้มีการระบุเอาไว้ด้วย พวกเขานั้นได้ทำการ “ตัดแยก” ชิ้นส่วนบางชิ้นของกำแพงสุสานไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีเหตุผลในการเคลื่อนย้ายระบุไว้ว่าตัวสุสานที่พบนั้น อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมาก ซึ่งจะทำให้มันง่ายต่อการถูกทิ้ง ทำลาย หรือเข้าปล้นโดยผู้ไม่หวังดี

 

หนึ่งในงานศิลปะบนกำแพงสุสาน

 

แน่นอนว่าเมื่อข้อมูลการประกาศในครั้งนี้ถูกเผยแพร่ออกไป โครงการนี้ก็ได้รับผลตอบรับในเชิงลบกลับมาจากประชาชนหลายส่วนในประเทศ โดยเฉพาะเหล่านักโบราณคดี ที่มองว่ารัฐบาลเพียงแค่อยากได้แหล่งโบราณคดีไว้เป็นที่ท่องเที่ยวในเมืองแห่งใหม่เท่านั้น

“การย้ายหลุมศพนี้ เป็นการละเมิดกฎ Venice Charter อันเป็นหลักเกณฑ์สากลในการทำงานอนุรักษ์โบราณสถานอย่างเห็นได้ชัด” คุณ Monica Hanna หนึ่งในนักโบราณคดีชาวอียิปต์กล่าว “สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำนั้นมันเป็นการทำลายโบราณสถาน ไม่ใช่การปกป้องมัน”

 

มัมมี่เด็กที่ถูกพบ

 

โดยกฎ Venice Charter ที่คุณ Monica อ้างถึงนั้น เป็นกฎเกณฑ์ที่ทางอียิปต์ปฏิบัติตามกันมาอย่างยาวนาน และมีกฎปฏิบัติระบุเอาไว้อย่างคร่าวๆ ว่า

อนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ จะไม่ได้รับการอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายไม่ว่าจะเป็นทั้งหมดหรือแค่บางส่วน เว้นแต่กรณีที่จำเป็นที่จะต้องย้ายจริงๆ เพื่อปกป้องการคงอยู่ของมัน หรือการเคลื่อนย้ายมันจะทำประโยชน์ให้กับประเทศหรือนานาชาติอย่างมหาศาลเท่านั้น

 

มัมมี่หนู แมว และเหยี่ยวในสุสาน

 

ซึ่งสำหรับคุณ Monica แล้ว สุสานแห่งนี้ไม่ได้อยู่ห่างจากพื้นที่ซูฮักซึ่งเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากพอสมควรอย่างที่รัฐบาลอ้าง ซึ่งมันทำให้การเคลื่อนย้ายที่แห่งนี้เพื่อป้องกันการทิ้งร้างกลายเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นไป

ทั้งนี้เองนอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับกฎหมายเองแล้ว นักโบราณคดีบางส่วนก็ยังกลัวอีกด้วยว่าการประกาศย้ายสุสานในครั้งนี้อาจจะจุดชนวนความกลัวใน “คำสาปสุสานโบราณ” ของผู้คนขึ้นมาอีกครั้งด้วยก็เป็นได้ เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาแล้วกับสุสานของตุตันคาเมนในอดีต และโลงศพหินสีดำ ที่ถูกค้นพบไปเมื่อปีที่แล้ว

 

ที่มา dailynewsegypt, thesun

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์