โลกวิทย์กุมหัว วิจัยเพี้ยนบอก “มีหลุมดำอยู่กลางโลก” และมันอยู่เบื้องหลัง “DNA ของมนุษย์”


ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในโลกวงการวิทยาศาสตร์ได้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งกำลังกลายเป็นที่พูดถึงและเขย่าวงการวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก

เมื่อวารสาร Open Access Macedonian Journal of Medical Sciences ได้ทำการตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีเนื้อหาโดยสรุปว่า

ที่กลางโลกของเรานั้น จริงๆ แล้วยังมีวัตถุคล้าย “หลุมดำ” อยู่ และมันก็อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังวัสดุชีวภาพหลายอย่างของโลกเช่น DNA ของมนุษย์เสียด้วย

 

 

“เมื่อเร็ว ๆ นี้นักวิทยาศาสตร์บางคนจาก NASA ได้อ้างว่า อาจมีโครงสร้างคล้ายหลุมดำอยู่ที่ใจกลางโลก” ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุไว้ตอนต้นของงานวิจัย

โดยงานวิจัยนี้นอกจากจะอ้างว่าที่กลางโลกมีหลุมดำแล้ว มันยังได้อ้างถึงทฤษฎีสมคบคิด และข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงอีกหลายข้อ

 

หนึ่งในรูปที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งเป็นภาพหกเหลี่ยมธรรมดา

 

อย่างหนึ่งในรูปที่ใช้ในการวิจัยได้ระบุไว้ว่า “โมเลกุลหกเหลี่ยมแต่ละโมเลกุลเกิดจากการรวมสายหกเส้น” ซึ่งไม่ได้ให้ข้อมูลสำคัญใดๆ เลย หรือภาพตัวต้นของ “Dark DNA” ที่เป็นเพียงการนำ DNA มา กลับด้านเท่านั้น

 

ตัวต้นของ “Dark DNA” ในมิติพิเศษ

 

ตัวงานวิจัยนี้ แปลกจนถึงขนาดที่ว่าเมื่อคุณ Paul Byrne รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จาก มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนามาเห็นงานวิจัยนี้เข้าเขาก็ถึงกับต้องออกมาแสดงความเห็นเลยว่า

 

“นี่มัน… (จริงจังเลยนะ) *เควี่ยอะไรเนี่ย*”

 

แน่นอนว่าอ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็คงอาจจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่างานวิจัยที่เละขนาดนี้ ตกลงแล้วมันได้รับการตีพิมพ์มาได้อย่างไร

ซึ่งสำหรับข้อมูลในจุดนี้ คุณ Sarah Rasmussen นักคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า

จริงๆ แล้วงานวิจัยในครั้งนี้มีเป้าหมายในการออกมา “เปิดโปง” วารสารบางเล่มที่รับงานวิจัยมาตีพิมพ์ว่า “ผ่านการพิชญพิจารณ์ ” เพื่อเงินโดยไม่ได้สนใจเนื้อหาของมันจริงๆ และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลเป็นอย่างดีเลยด้วย

 

 

ดังนั้น แน่นอนว่าเรื่องหลุมดำกลางโลกใน “งานวิจัย” ชิ้นหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่โกหกขึ้นล้วนๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามหากเราสังเกตกันว่างานวิจัยนี้จริงๆ แล้วออกมาตั้งแต่ในปี 2019

มันก็ทำให้เกิดคำถามได้เป็นอย่างดีว่าวารสาร Open Access Macedonian Journal of Medical Sciences ปล่อยของแบบนี้เอาไว้ได้อย่างไร เป็นเวลากว่า 1 ปี

และในอนาคตเราจะเชื่อถืองานวิจัยที่ผ่านการพิชญพิจารณ์แล้ว ได้จริงๆ เช่นนั้นเหรอ?

 

https://twitter.com/_Astro_Nerd_/status/1308502419094024193

 

ที่มา futurism, iflscience

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments