เรื่องราวของ Rod Ferrell ชายผู้เชื่อว่าตัวเองเป็น “แวมไพร์” จนนำไปสู่ลัทธิฆาตกรอันน่าเศร้า


“ตำนานเกี่ยวกับแวมไพร์” ถือเป็นหนึ่งเรื่องเล่าที่มีเสน่ห์ลึกลับ และสร้างความหลงใหลให้กับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังภาพยนตร์ Twilight ออกฉาย ยิ่งสร้างกระแส Vampirefever ไปทั่วโลก

ทว่าในชีวิตจริง บางครั้งความหลงใหลดังกล่าวอาจนำไปสู่เรื่องราวที่โหดร้าย และ “แวมไพร์” ในเรื่องนี้อาจไม่ได้จบลงด้วยความรักเช่นที่คุณเคยอ่านมา

 

 

ในปี 1980 เด็กชาย Roderrick Justin “Rod” Ferrell ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก เขาคือผู้นำลัทธิ “Vampire Clan” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นฆาตกรที่อายุน้อยที่สุดซึ่งได้รับโทษประหารชีวิตในสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็ก Rod เติบโตมาพร้อมกับความปวดร้าว เขาเกิดจากความไม่ตั้งใจของพ่อและแม่สมัยวัยรุ่น นั่นทำให้ในภายหลังพ่อของเขาทิ้งครอบครัวเพื่อไปเป็นทหารและไม่เคยกลับมาอีกเลย…

Rod ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าของพ่อผู้ให้กำเนิดเป็นอย่างไร?

 

 

สำหรับ Sandra Gibson แม่ของเขา หลังผ่านการหย่าร้างเธอหันไปทำงานเป็นหญิงค้าบริการและนักเต้นกลางคืน ทิ้งให้ลูกชายที่รักอยู่ในความดูแลของคุณตา

ซึ่งต่อมา ตาคือคนที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย ขณะที่เขาอายุได้เพียง 5 ขวบ เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูแม่ แม่จึงพา Rod หนีไปอาศัยที่อื่น

 

แม้จะมีวัยเด็กที่ขมขื่น ทว่าแม่คือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวสำหรับ Rod หนึ่งในความทรงจำที่สลักไว้อย่างเหนียวแน่นคือความหลงใหลในเรื่องของแวมไพร์ที่แม่ของเขาพร่ำเล่าให้ฟังเสมอมา

Rod เล่าว่าเมื่อตอนที่แม่ของเขาอายุ 34 ปี ได้มีความสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าราว 20 ปี เธอคลั่งรักมากเสียจนเขียนจดหมายรักถึงเขาด้วยถ้อยคำที่ชวนให้ประหลาดใจ

“ฉันอยากให้เราเป็นแวมไพร์ เพื่อคงความรักนี้ตลอดไป หวังเพียงว่าวันหนึ่งคุณจะกลับมาหาฉันอีกครั้ง และฉันจะกลายเป็นเจ้าสาวชั่วนิรันดร์ให้กับคุณ ท่านเคาท์ของฉัน”

 

 

เมื่อโตขึ้น Rod รู้จักการใช้สารเสพติดตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น อาจด้วยเหตุนี้ทำให้เขาเริ่มมีอาการหลอนและคิดว่าตัวเองเป็นแวมไพร์หนุ่มผู้มีอายุมานานกว่า 500 ปี

Rod เปลี่ยนไปใช้ชื่อ “Vesago” และในวัย 16 ปีเขาได้ตั้งลัทธิ “Vampire Clan” ขึ้นมา ท่ามกลางความเลื่อมใสจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่เชื่อว่าเขาคือแวมไพร์จริงๆ

ซึ่งแทบทุกคนรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น ถูกสังคมกีดกัน จึงสบายใจที่จะได้คบหากับคนที่เข้าใจซึ่งกันและกัน

 

 

สมาชิกของกลุ่มนี้ ได้แก่

– Scott Anderson : มือขวาของ Rod

– Chasity Keesee : แฟนสาววัย 16 ปี ของ Rod

– Dana Cooper : หนึ่งในเพื่อนสนิท

– Heather Windorf : หนึ่งในเพื่อนสนิท

พวกเขามักจะนัดพบกันในบ้านร้างกลางป่า ใกล้เขตทะเลสาบ Kentucky ซึ่งเรียกกันในกลุ่มว่า “Vampire Hotel”

โดยกิจกรรมหลักของการรวมตัวคือปาร์ตี้ยาเสพติดและพิธีกรรมของแวมไพร์ ซึ่งมีตั้งแต่การกรีดเลือดของสมาชิกและผลัดกันดื่มไปจนถึงแลกเปลี่ยนคู่นอน

 

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ลัทธิความเชื่อกลายเป็นกลุ่มฆาตกร คือ.. เมื่อสมาชิกคนหนึ่งต้องย้ายบ้าน

Heather Windorf เด็กหัวอ่อนผู้เชื่อมั่นในตัวเพื่อนสุดหัวใจมักเล่าให้สมาชิกในกลุ่มฟังถึงปัญหาที่เธอพบเจอ รวมถึงความไม่ลงรอยกับคนที่บ้าน

เธอเล่าถึงเหตุการณ์สะเทือนใจ การถูกบังคับ และความรู้สึกราวกับโดนกักขังซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่พ่อแม่ของเธอไม่ค่อยชอบเพื่อนกลุ่มที่เธอคบหา ซึ่งสมาชิกคนอื่นๆ ก็แสดงความเห็นใจโดยเฉพาะ Rod ที่ดูจะเข้าใจเธอมากที่สุด

หลัง Heather ย้ายบ้านไปตามครอบครัว เธอยังคงติดต่อกับเพื่อนกลุ่มนี้อยู่เสนอ พร้อมเล่าถึงความอึดอัดกับการปรับตัวใหม่ ชีวิตใหม่ ไปจนถึงความรู้สึกที่อยากจะหนีออกจากบ้าน

 

 

ครั้งหนึ่งพ่อแม่ของเธอได้ยินสิ่งที่ลูกสาวคุยกับเพื่อน จึงตัดสายโทรศัพท์เพื่อตัดการติดต่อ เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่ม Vampire Clan เป็นอย่างมาก

พวกเขาจึงวางแผนที่จะพาตัว Heather ออกมา เพื่อที่จะหนีไปด้วยกันในที่ที่จะไม่มีใครขัดขวางมิตรภาพได้อีก

 

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ปี 1996 Rod และพรรคพวกขับรถข้ามรัฐเคนตักกี้มายังฟลอริดา เพื่อเริ่มภารกิจช่วยเหลือ Heather

หลังจากที่พาเพื่อนออกจากบ้านได้สำเร็จ พวกเขาให้เธอเข้าร่วมพิธีกรรมดื่มเลือดของ Rod เพื่อ “เปลี่ยน” ให้เธอกลายเป็นแวมไพร์ที่สมบูรณ์

 

พิธีกรรมนี้เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น มีรายงานว่า Rod ใช้สาร LSD เป็นจำนวนมากก่อนจะกรีดเลือดตัวเองให้ Heather ดื่ม จากนั้นทั้งหมดก็ออกเดินทางกลับไปที่บ้านของ Heather อีกครั้งเพื่อขโมยรถสำหรับหลบหนีในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แผนที่วางเอาไว้ไม่มีอะไรเป็นไปดังใจสักอย่าง

 

 

ตามแผนเดิม พวกเขาสัญญากันว่าจะเข้าไปขโมยรถและข้าวของเงียบๆ โดยไม่มีการทำร้ายเกิดขึ้น ทว่าเมื่อ Heather, Scott และ Rod เข้าไปในบ้าน พวกเขากลับพบพ่อของ Heather นอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

ราวกับมีอะไรดลใจ Rod คว้าเอาชะแลงที่แอบซุกซ่อนไว้ตีเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างแรงจนเสียชีวิต ซึ่งผลการชันสูตรพบว่าเขาถูกกระหน่ำตีมากกว่า 22 ครั้ง

 

โชคร้าย ที่แม่เธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นหลังจากนั้น ก่อนจะพบกับภาพผู้บุกรุกซึ่งทุบตีสามีของเธอจนเลือดอาบ เธอสาดกาแฟร้อนๆ ใส่ใบหน้าของ Rod และพยายามหนี

ทว่ากลับจบลงด้วยการถูกชะแลงฟาดไปที่ใบหน้า ส่งผลให้ก้านสมองของเธอได้รับแรงสะเทือนและเสียชีวิตในทันที

(Rod ให้การในภายหลังว่า จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอ เขาจะปล่อยเธอไปอยู่แล้ว แต่เธอกลับพุ่งเข้าหาและสาดกาแฟใส่เขา นั่นทำให้ความโกรธเข้าครอบงำและนำไปสู่เหตุที่น่าสลดใจในเวลาต่อมา)

 

หลังก่อเหตุฆาตกรรม Rod และ Scott ก็ลงมือเผาเหยื่อตามพิธีกรรมและเต้นรำไปรอบ ๆ บนพื้นห้องนั่งเล่น ก่อนจะขโมยของมีค่าและรถยนต์ขับทะยานออกไปในคืนนั้น

 

 

ศพถูกพบโดย Jennifer พี่สาววัย 17 ปีของ Heather ซึ่งกลับมาพบกับเหตุสยองหลังเลิกงานในคืนนั้น หลังการสืบสวน ตำรวจก็ออกหมายจับกลุ่มวัยรุ่นที่คาดว่าจะก่อเหตุ ใช้เวลาเพียง 4 วันพวกเขาก็ตามตัวเจอ

มีรายงานว่า Heather ไม่รู้เรื่องที่พ่อแม่ถูกฆาตกรรมจนกระทั่งถูกตำรวจรวบตัว ซึ่งเบาะแสที่ทำให้ตามจับวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้ เกิดจากการที่ Chasity โทรศัพท์หาครอบครัวเพื่อขอเงิน

 

ตอนแรก Rod ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เขาอ้างว่าแวมไพร์คู่อริเป็นคนจัดฉากเพื่อใส่ความ ทว่าในภายหลังเมื่อจนมุมด้วยหลักฐานจึงให้การสารภาพ พร้อมอธิบายว่าเพื่อนๆ คนอื่นเป็นผู้บริสุทธิ์

Rod ถูกตัดสินในข้อหาฆาตกรรม ปล้น และลักทรัพย์ จนกลายเป็นชาวอเมริกันที่อายุน้อยที่สุดที่เคยต้องโทษประหาร

 

Scott Anderson ต้องโทษจำคุกด้วยเช่นกัน แม้เขาจะอ้างว่าตัวเองไม่ได้แตะต้องเหยื่อ ทั้งยังพยายามที่จะห้ามปราม “ความบ้าคลั่ง” ของ Rod แม้ว่าจะล้มเหลว เขามีกำหนดที่จะพ้นโทษในปี 2032

ส่วน Charity Keesee และ Dana Cooper ทำข้อตกลงเพื่อลดโทษจำคุก ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์กับองค์กรการกุศล (ปัจจุบันทั้งคู่พ้นโทษแล้ว)

 

 

ในปี 2000 ศาลฟลอริดาได้มีคำสั่งเปลี่ยนคำพิพากษา Rod จากโทษประหารเป็นการจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ต้องรอลงอาญา เนื่องจากในขณะนั้นเขายังเป็นผู้เยาว์ อีกทั้งความผิดปกติทางจิตใจของเขา ยังกลายเป็นกรณีศึกษาและทำให้ศาลลงความเห็นที่จะลดโทษให้

ปัจจุบันเขายังคงถูกจองจำอยู่ในทัณฑสถาน Tomoka รัฐฟลอริดา โดยมีคุณแม่เข้ามาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว ถือเป็นการปิดฉากแวมไพร์ผู้กลายเป็นฆาตกรในวัยเพียง 16 ปี

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของเขาได้แพร่หลายไปบนโลกอินเทอร์เน็ต ถึงขั้นมีกลุ่มแฟนคลับที่รอคอยว่าสักวันหนึ่ง Rod Ferrell อาจได้รับโอกาสที่จะพ้นโทษอีกครั้ง

 

ที่มา:

beargrassthunder

spectrumnews1

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions