ผลตรวจสอบมัมมี่โบราณ พบมีวัตถุลึกลับในตัวเพียบ!! และบางชิ้นยังบอกไม่ได้เลยว่าคืออะไร


ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น นักวิทยาศาสตร์ได้กำลังทำการตรวจสอบมัมมี่ร่างหนึ่ง ซึ่งถูกฝังไว้พร้อมรูปวาดด้วยระบบซีที สแกน และเอกซเรย์ เพื่อที่จะไม่ต้องแกะผ้าที่พันมัมมี่ไว้ออก

 

 

ในการตรวจสอบครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์หลักฐานสำคัญหลายอย่างเช่น ฟันและโคนขาอันมีของมัมมี่ ซึ่งทำให้พวกเขาบอกได้ว่ามัมมี่ที่พบ น่าจะเป็นของเด็กผู้หญิงอายุราวๆ 5 ขวบ แม้จะยังไม่รู้ว่าเธอเสียชีวิตเพราะอะไรก็ตาม

แต่สิ่งที่ทำให้การตรวจสอบในครั้งนี้น่าสนใจ คือจากการตรวจ ซีที มัมมี่ร่างนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวัตถุประหลาด ถูกเก็บไว้ภายในมัมมี่ร่างนี้หลายชิ้นเลย

 

ฟันจำนวนมากที่ยังไม่งอก หลักฐานว่ามัมมี่ร่างนี้เป็นของเด็ก

 

โดยวัตถุที่น่าสนใจซึ่งถูกพบในครั้งนี้ ก็ถูกระบุไว้ว่ามีตั้งแต่ เศษเรซินในสมองของมัมมี่ เข็ม 36 เล่มที่ถูกฝังตามที่ต่างๆ และวัตถุที่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร ภายในท้องของมัมมี่อีกชิ้น

อ้างอิงจากข้อมูลของทีมวิจัยเศษเรซินที่ถูกพบ เป็นไปได้ว่าจะเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากพิธีการทำมัมมี่เอง ในขณะที่เข็ม 36 เล่ม น่าจะเป็นลวดหรือหมุดโลหะที่ถูกใส่มาในภายหลัง ระหว่างการรักษาร่างมัมมี่ที่พบ

ส่วนวัตถุที่อยู่ในท้องของมัมมี่ซึ่งถูกเรียกว่า “Inclusion F” นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเป็นวัสดุที่มีส่วนประกอบหลักเป็นแคลไซต์ ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ว่าสิ่งที่พบอาจจะเป็นเครื่องรางก็ได้

 

วัตถุประหลาดภายในมัมมี่ ซึ่งประกอบด้วยเศษเรซิน (rs) ลวดหรือหมุดโลหะสมัยใหม่ (w) และวัตถุที่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร (Inclusion F)

 

นับว่าน่าเสียดายที่ในปัจจุบัน เนื่องจากความละเอียดของการสแกนในปัจจุบันยังไม่สูงพอที่จะแสดงรายละเอียดของวัตถุดังกล่าวได้ นักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่มีการฟันธงตัวตนของวัตถุนี้แต่อย่างไร

“ทุกครั้งที่คุณทำการศึกษาเช่นนี้ มันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะได้รับคำตอบที่ดีของคำถามที่เคยมีแต่ก็ต้องได้คำถามเพิ่มเติมไปในเวลาเดียวกันด้วย”

คุณ Stuart Stock ศาสตราจารย์วิจัยด้านเซลล์และชีววิทยาพัฒนาการของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นกล่าว

 

 

และแม้ว่าการศึกษาในครั้งนี้จะยังคงมีเรื่องที่ไขไม่ออกอยู่เป็นภูเขาก็ตาม แต่มันก็คงไม่ใช่เรื่องผิดเลย ที่จะบอกว่าการตรวจสอบมัมมี่ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จในการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งเลย

 

ที่มา livescience, royalsocietypublishing

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments