จากกระแสเรื่องการประกาศว่าจะสั่งระงับการใช้งานแอปฯ Telegram ของรัฐบาลเมื่อไม่นานมานี้ เราเลยอยากจะมาเล่าเรื่องราวความสุดยอดของเจ้าแอปฯ ที่ว่านี้กันสักหน่อย

สำหรับคนที่ไม่ทราบว่ามันคือแอปอะไร เราจะขออธิบายให้ฟังกันง่ายๆ ก็คือเป็นแอปที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารกันทั่วไป เหมือนไลน์ เฟซบุ๊กเมซเซนเจอร์นี่แหละ

แต่ความพิเศษของมันก็คือ เป็นแอปฯ ส่งข้อความที่ผู้พัฒนาเค้าอ้างว่ามีความปลอดภัยมาก มีการเข้ารหัสระหว่างเซอร์เวอร์ ด้วยกุญแจหลายระดับ

และทางแอปเองก็มีจุดยืนที่จะสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยที่จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการเซ็นเซอร์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เช่นเดียวกันกับที่ประเทศรัสเซียเคยเจอมาก่อน

 

 

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2018 แอปฯ Telegram นี้กลายเป็นที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ประท้วงในประเทศรัสเซีย

และทางรัฐบาลรัสเซียเองก็พยายามที่จะระงับการใช้งานแอปดังกล่าวออกไปให้ได้ โดยการใช้คำสั่งศาลให้ออกคำสั่งระงับการใช้งานแอป Telegram ในรัสเซีย

 

 

ขณะเดียวกันกับที่เจ้าหน้าพยายามติดต่อไปยังผู้พัฒนาแอปฯ เพื่อขอรหัสในการปลดล็อกการเข้ารหัสของแอปฯ แต่ทว่าทางผู้พัฒนาปฏิเสธการให้ความร่วมมืออย่างหัวเด็ดตีนขาด

โดยผู้พัฒนาแอปฯ ให้เหตุผลว่า “หากมอบรหัสให้กับเจ้าหน้าที่ จะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้งาน และการทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยจับกุมผู้ก่อการร้ายได้”

ทางการของรัสเซียก็เลยใช้วิธีการออกคำสั่งให้ผู้บริการอินเตอร์เน็ต หรือเครือข่ายมือถือบล็อกแอปฯ นี้ไปเลย และก็เหมือนจะได้ผล แอปฯ ถูกลบออกไป ผู้ใช้งานไม่สามารถใช้งานได้ แต่ผ่านไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็กลับมาให้บริการได้เหมือนเดิมอีกครั้ง

 

 

พอทราบแบบนี้แล้วผู้ใช้งานก็เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณตั้งแต่นั้นมา พอเห็นว่าไม่สามารถระงับการใช้งานได้ รัฐบาลรัสเซียก็เข้าร่วมซะเลย ให้เจ้าหน้าที่เปิดใช้งานแอปสร้างแอคเคาทน์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลขึ้นมา เพื่อพยายามให้ข้อมูลหักล้างกัน

จนในเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา ทางด้านผู้ก่อตั้งแอปฯ Telegram ขึ้นมา ก็ออกมาให้ข้อมูลว่า “ในเดือนนี้เจ้าหน้าที่รัสเซียได้ล้มเลิกเป้าหมายที่จะระงับการใช้งานแอปฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้ผู้ใช้งานทั้งหมดกว่า 30 ล้านคนในรัสเซียจงวางใจได้”

อย่างไรก็ตามแอปฯ Telegram นี้ไม่ได้นิยมใช้งานกันแค่ในประเทศรัสเซียเท่านั้นนะ มีผู้ใช้งานแอปฯ นี้กันอยู่ทั่วโลกรวมแล้วกว่า 200 ล้านคน และในหลายๆ ประเทศเองก็มีความพยายามที่จะระงับการใช้งานด้วยเช่นกัน เช่นประเทศอิหร่าน หรือจีน เป็นต้น

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : dogtown, apnews

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...