มนุษย์เราไม่สามารถรู้ชะตากรรมของตัวเองได้ และก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง บางทีโชคชะตาก็เล่นตลกร้ายกับเรา พามลสุมชีวิตเข้ามาพร้อมๆ กัน…

เหมือนอย่างครอบครัวนาย เขอ เหมนหนาน ชายชาวจีนวัย 42 ปี ที่ถูกแพทย์วินิจฉันว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารในปี 2015 และหนึ่งเดือนให้หลัง หวัง ฮัวอิง ภรรยาของเขาก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมตามเขาไปติดๆ

 

 

เพียงแค่ค่ารักษาพยาบาลของทั้งสองคนก็สูงมากๆ อยู่แล้ว แต่เหมือนโชคชะตายังเล่นตลกร้ายกับพวกเขาไม่พอ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ลูกสาววัย 16 ปีของทั้งคู่ก็ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอีกด้วย

นั่นทำให้ค่าใช้จ่ายของครอบครัวเพิ่มขึ้นสูงมาก ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของลูกสาวนั้นตกถึงวันละ 10,000 หยวน (44,500 บาท) เลยทีเดียว

และลำพังเงินเดือน เดือนละ 2,000 หยวน (8,900 บาท) ของทั้งคู่ คงไม่สามารถจ่ายได้ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะขายบ้านและยืมเงินเพื่อนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพื่อลูกทั้งหมด

 

 

แม้จะขายบ้านและยืมเงินจากเพื่อนๆ และญาติๆ มาได้ ก็ยังคงไม่พอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลอยู่ดี จึงทำให้นายเขอกับภรรยา เริ่มปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดี บางทีอาจต้องมีใครคนหนึ่งต้องเสียสละไม่รับการรักษา

ซึ่งนายเขอ ก็ขอเป็นคนเสียสละให้เอง เขาตัดสินใจที่จะถ่ายวิดีโอเพื่อบอกครอบครัวว่าเขาจะไม่รับการรักษาโรคที่เป็นอยู่อีกต่อไป เพื่อนำเงินในส่วนของเขาเป็นค่ารักษาให้ภรรยาและลูก

“คุณควรจะอยู่เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวของเรา จนกว่าเธอจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่” เขอได้กล่าวในวิดีโอ ทำเอาภรรยาและลูกสาวที่เพิ่งรู้การตัดสินใจของเขาถึงกับต้องหลั่งน้ำตาออกมา

 

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เรื่องราวของเขอและครอบครัวได้กลายเป็นเรื่องที่แชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดียของจีน ชาวเน็ตกว่า 44,000 คน ตัดสินใจที่จะร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

โดยยอดการบริจาคพุ่งขึ้นสูงถึง 900,000 หยวน (4 ล้านบาท) ภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น และทางครอบครัวของนายเขอ ได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจและขอหยุดรับการบริจาคเอาไว้ เนื่องจากเห็นว่าเพียงพอแล้ว

 

ก็เรียกว่าพลังน้ำใจของชาวเน็ตนี่เปลี่ยนชีวิตของคนๆ หนึ่งในสังคมได้เลยนะ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวโคบี้

ที่มา SCMP

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...