การค้นพบวัตถุโบราณในพื้นที่มหาวิหาร สำหรับหลายๆ คนแล้วคงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรมากนัก ด้วยความที่มหาวิหารในโลก โดยมากแล้วก็ล้วนแต่จะมีประวัติการก่อตั้งมาอย่างยาวนานทั้งนั้น จะมีวัตถุโบราณเก็บไว้สักชิ้นสองชิ้นมันก็เป็นเรื่องธรรมดา

แต่จะเกิดอะไรขึ้นกันหากวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบในมหาวิหารที่ถูกพบนั้น เป็นโครงกระดูกของมนุษย์ แถมยังมีจำนวน และรูปแบบการจัดเรียงที่ดีพอที่จะเรียกว่าเป็น “กำแพงกระดูก” กัน? เพราะนี่คือสิ่งที่นักโบราณคดีค้นพบ ในตอนที่เขาไปสำรวจพื้นที่มหาวิหารเซนต์บาโวแห่งเบลเยียม

 

 

อ้างอิงจากสำนักข่าวของเบลเยียม กำแพงกระดูกในครั้งนี้ ถูกค้นพบในระหว่างการก่อสร้างศูนย์รับนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ในมหาวิหาร โดยมันเป็นกำแพงที่ประกอบขึ้นจากกระดูกต้นขาและหน้าแข้งของมนุษย์ผู้ใหญ่เป็นหลัก ในขณะที่มีเศษกระดูกอื่นๆ ประกอบอยู่ตามที่ต่างๆ ของกำแพงอีกที

เมื่อกระดูกดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาก็ลงความเห็นกันว่ากำแพงแห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17-18 อย่างไรก็ตามกระดูกที่ถูกนำมาสร้างกำแพงกลับมีความเก่าแก่กว่านั้นมาก และบางชิ้นเองก็อาจมีอายุได้มากถึง 500 ปีแล้ว

 

 

เป็นไปได้ว่ากระดูกเหล่านี้ อาจจะถูกขุดกลับขึ้นมาสร้างเป็นกำแพงในสมัยที่สุสานของมหาวิหารยังถูกเปิดให้ใช้งานอยู่ และเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่ว่างในสุสานเพื่อที่จะฝังศพรุ่นใหม่ลงไปแทน

“ในตอนที่ล้างสุสาน โครงกระดูกเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถโยนทิ้งไปเฉยๆ ได้” คุณ Janiek De Gryse ผู้นำโครงการขุดค้นกล่าว “ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากในความเชื่อเรื่องการคืนชีพ กระดูกนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด”

 

มหาวิหารเซนต์บาโวแห่งเบลเยียม สถานที่ที่กำแพงกระดูกถูกพบ

 

นี่อาจจะถือว่าเป็นการค้นพบที่แปลกในสายตาของหลายๆ คน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดูเหมือนว่าการนำกระดูกมาทำสิ่งก่อสร้างจะเป็นอะไรที่ถูกพบได้บ่อยกว่าที่เราคิด เพราะในอดีตคนเราก็มีบันทึกการนำกระดูกจากสุสานมาสร้างเป็นบ้านใกล้ๆ สุสานซึ่งเรียกว่า “Ossuary” เพื่อเก็บกระดูกชิ้นอื่นๆ อยู่บ่อยๆ

โดยตัวอย่างของ Ossuary ที่มีชื่อเสียง ก็ได้แก่ Ossuary ที่โบสถ์เซนต์ลีโอนาร์ดในอังกฤษ ซึ่งมีกระดูกอื่นๆ ถูกเก็บไว้มากมายถึง 4,000 ร่าง และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีโครงกระดูกมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์สูงเก็บเอาไว้มากที่สุดในโลกนั่นเอง

 

ที่มา allthatsinteresting และ brusselstimes

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...