ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1982 ในช่วงเวลาที่โลกกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาสุดแสนตึงเครียดที่เรารู้จักกันในชื่อ “สงครามเย็น” ยังมีเด็กหญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งได้ส่งจดหมายไปหาผู้นำของโซเวียต ด้วยเนื้อหาที่จะทำให้เธอกลายเป็นที่จดจำไปอีกนานแสนนาน

 

 

เธอคนนั้นมีชื่อว่า “ซาแมนธา สมิธ” เด็กสาวผู้เกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 1972 ในเมืองเล็กๆ ที่รัฐเมน และมีจุดเด่นมาตั้งแต่เด็กๆ อยู่ที่ความสนใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เธอเขียนจดหมายชื่นชมสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ตั้งแต่อายุได้เพียงแค่ 5 ขวบ และให้ความสนใจในสถานการณ์ของ สหรัฐอเมริกาและโซเวียตเป็นอย่างมาก

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1982 ซาแมนธา เกิดความสงสัยว่าสหรัฐอเมริกาและโซเวียตจะมีการรบกันจริงๆ ไหม และได้คำตอบกลับมาเป็นบทความเกี่ยวกับสงครามเย็นในนิตยสารไทม์ ซึ่งมีรูปของ “ยูรี อันโดรปอฟ” ผู้เป็นผู้นำโซเวียตในเวลานั้นเป็นปก

เมื่อเห็นแบบนั้นเด็กสาวจึงได้ตัดสินใจที่จะส่งจดหมายไปถามคุณอันโดรปอฟด้วยตัวเอง

 

จดหมายของซาแมนธา สมิธ

 

จดหมายของซาแมนธาในเวลานั้นมีใจความสำคัญอยู่ที่การถามผู้นำโซเวียตว่าเขานั้นต้องการที่จะทำสงครามกับสหรัฐฯ จริงๆ หรือไม่ และถ้าไม่ เขาจะมีการป้องกันไม่ให้สงครามเกิดขึ้นอย่างไร ทำไมโซเวียตถึงอยากครองโลกหรืออย่างน้อยๆ ก็สหรัฐฯ ทั้งที่พระเจ้าสร้างโลกมาให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างสงบ มิใช่ให้แย่งชิงกัน

จดหมายของเธอนั้น แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาในทันที แต่ก็โด่งดังมากพอที่จะได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของทางโซเวียต

ดังนั้นเมื่อที่ซาแมนธาจดจดหมายฉบับที่สองไปเพื่อถามว่าอันโดรปอฟต้องการจะตอบคำถามของเธอไหม เด็กหญิงก็ได้รับจดหมายตอบโดยตรงจากอันโดรปอฟ ซึ่งมีเนื้อความโดยสรุปว่า

 

 

ด้วยความที่คำถามของซาแมนธามีความสำคัญมาก เขาจึงขอตอบคำถามของเธอด้วยความสัตย์จริงว่า

ชาวโซเวียตเองก็ไม่ได้ต้องการทำสงคราม และจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ไม่มีสงครามบนโลกตามคำสอนของวลาดีมีร์ เลนิน เพราะพวกเขานั้นรู้ดีถึงความน่ากลัวของสงครามตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว

พวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะยึดครองโลกหรือสหรัฐอเมริกาและจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่มีกับใครก่อนอย่างแน่นอน กลับกันพวกเขายังหวังสันติภาพเพื่อคนบนโลก และเพื่อเด็กๆ รุ่นต่อไปอย่างตัวซาแมนธาเอง

 

อันโดรปอฟ ตอบจดหมายของซาแมนธากลับมาสองฉบับ ภาษารัสเซีย และภาษาอังกฤษ

โดยนี่เป็นฉบับภาษาอังกฤษ

 

ทั้งนี้คุณอันโดรปอฟยังระบุไว้ด้วยว่าเขานั้นอยากจะชวนซาแมนธามาเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของโซเวียตหากว่าเป็นไปได้ ซึ่งเด็กสาวและครอบครัวก็ตอบกับด้วยการเดินทางไปมอสโกจริงๆ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1983

และแม้ว่าซาแมนธาจะไม่ได้พบกับอันโดรปอฟโดยตรงในเวลานั้น แต่เธอก็พบกับผู้คนต่างถิ่นมากมายหลายคนจนเด็กสาวกล่าวออกมาว่า “ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่ารัสเซียเองก็ไม่ได้ต้องการสงครามเหมือนกับอเมริกา”

 

ซาแมนธา และเพื่อนๆ ในสหภาพโซเวียต

 

การกระทำของเธอในเวลานั้นทำให้เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของทูตแห่งสันติภาพของหลายๆ ประเทศทั่วโลก จนเธอนั้นมีโอกาสได้ถูกรับเชิญไปเยี่ยมชมประเทศสำคัญๆ อีกหลายแห่งทั่วโลก

นับว่าน่าเสียดายมากที่ทูตสันติภาพตัวน้อยคนนี้กลับต้องมาจากโลกใบนี้ไปเร็วกว่าที่ควรมาก เพราะในวันที่ 25 สิงหาคม 1985 เครื่องบินที่เธอโดยสารก็ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ส่งผลให้ทั้งเด็กสาวและคนทั้งหมดบนเครื่องเสียชีวิต

 

 

การจากไปของเธอนั้นสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามแม้ชีวิตของเธอจะสั้นแต่เรื่องราวที่เธอทิ้งไว้ให้โลกก็จะถูกจดจำในหัวใจของผู้คน และแม้แต่ชื่อของเธอเองก็จะคงอยู่ต่อไปในฐานะมูลนิธิซาแมนธา สมิธ ซึ่งค่อยช่วยเหลือเด็กบนโลกไปอีกนานแสนนาน

 

ที่มา allthatsinteresting

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...