งานวิจัยใหม่ชี้ ในบางเวลาไดโนเสาร์ “ซอโรพอด” อาจใช้เพียงขาหน้าเท่านั้นในการเดิน


เชื่อว่าด้วยความมีชื่อเสียงและการปรากฏตัวในสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไดโนเสาร์กินพืช คอยาว ตัวใหญ่ เดินสี่ขาอย่างซอโรพอดคงจะเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่ไม่ว่าใครก็คงรู้จักกันเป็นอย่างดีเป็นแน่

 

 

ว่าแต่เพื่อนๆ ทราบกันคือไม่ว่าในหมู่นักวิทยาศาสตร์นั้น เรื่องราวของไดโนเสาร์ตัวนี้ กำลังมีอยู่สิ่งหนึ่งที่กำลังกลายเป็นที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมากอยู่ นั่นเพราะเมื่อไม่นานมานี้เอง ได้มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตว่า..

จะเป็นไปได้ไหม ที่จริงๆ แล้วซอโรพอดอย่าง “อะแพทโทซอรัส” “แบรคิโอซอรัส” และ “ไดพลอโดคัส” นั้น ในบางเวลาอาจจะใช้เพียงขาหน้าเท่านั้นในการเดิน

แนวคิดชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากความจริงที่ว่าที่ผ่านๆ มา รอยเท้าของซอโรพอดทั้งสามชนิดที่ถูกพบในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ล้วนแต่จะเป็นรอยเท้าของเท้าหน้าล้วนๆ ไม่มีรอยเท้าหลังเลย ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกมากสำหรับสัตว์ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้

 

รอยเท้าของซอโรพอดในเท็กซัส

 

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มจึงมีการตั้งข้อสงสัยขึ้นมาว่า มันจะเป็นไปได้ไหม ที่ในสภาพแวดล้อมเฉพาะบางอย่าง ไดโนเสาร์ทั้งสามชนิด จะมีการใช้วิธีการเดินแบบแปลกๆ ที่อาศัยเพียงเท้าหน้า

นี่อาจจะเป็นแนวคิดที่ฟังดูประหลาดแบบสุดโต่ง เกินกว่าที่จะเป็นความจริงไปอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นแนวคิดที่ได้รับการถกเถียงกันเรื่อยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วเช่นกัน

โดยนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะให้เหตุผลว่าจะเป็นไปได้ไหมที่ในอดีต ซอโรพอดจะมีการ “ว่ายน้ำ” อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการปล่อยเท้าหลังให้ลอย และเดินผ่านน้ำโดยใช้แค่เท้าหน้า

 

 

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับแนวคิดที่ค่อนข้างสุดโต่งอื่นๆ แนวคิดนี้เองก็ถูกแย้งโดยนักบรรพชีวินหลายกลุ่มเช่นกัน โดยพวกเขาให้เหตุผลว่าสมดุลร่างกายของซอโรพอดนั้น ไม่น่าจะทำให้การเดินด้วยขาหน้าเท่านั้นเป็นไปได้ แม้ว่าจะมีน้ำช่วยก็ตาม

ส่วนที่รอยเท้าเกิดขึ้นในลักษณะแปลกๆ แบบนี้ ก็น่าจะเป็นเพราะซอโรพอดมีการทิ้งน้ำหนักไปยังเท้าน้ามากกว่าเท้าหลังก็เท่านั้น

 

 

แต่ไม่ว่าจะจะเป็นทางไหนก็ตาม สุดท้ายแล้ว  ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจฟันธงได้อยู่ดีว่ารอยเท้าแปลกๆ นี้จริงๆ แล้วมีที่มาอย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจที่จะปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่าซอโรพอดอาจจะเคยมีการเดินด้วยสองขาหน้าเท่านั้นจริงๆ

และก็แน่นอนว่าการถกเถียงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในจุดนี้เอง ก็คงจะดำเนินไปอีกนานแสนนานเลย

 

ที่มา sciencealert และ foxnews

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments