นักโบราณคดี พยายามไขปริศนาโครงกระดูกพันปี ที่เคยถูกใช้ในโฆษณาชวนเชื่อของนาซี


332 shares

ย้อนกลับไปในปี 1928 นักโบราณคดีนามว่า Ivan Borkovský ได้ทำการค้นพบโครงกระดูกนักรบจากช่วงศตวรรษที่ 10 ใต้ปราสาทกรุงปรากประเทศเชโกสโลวาเกีย พร้อมๆ กับวัตถุโบราณจำนวนมาก ตั้งแต่มีด ดาบ ขวาน และถังไม้โบราณ

น่าเสียดายที่ในเวลานั้น ไม่มีใครที่บอกได้เลยว่าโครงกระดูกที่คุณ Ivan พบเป็นของใครมาจากไหนกันแน่ เนื่องจากในเวลานั้นคุณ Ivan ที่เป็นชาวยูเครนที่หนีมายังเชโกสโลวาเกียได้ตัดสินใจที่จะไม่ตีพิมพ์การค้นพบของตัวเอง ส่งผลให้ในเวลาต่อมา โครงกระดูกดังกล่าวถูกทางนาซีนำไปใช้ ในฐานะโฆษณาชวนเชื่อไป

 

ด้วยเหตุนี้เองเพื่อที่จะไขปริศนาที่ค้างคามากว่า 90 ปีของโครงกระดูกร่างนี้ เมื่อล่าสุดนี้เองทีมนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จึงได้ออกมาพยายามไขปริศนาที่มาจริงๆ ของโครงกระดูกที่คุณ Ivan พบอีกครั้ง โดยงานวิจัยของพวกเขาได้ถูกตีพิมพ์ไปในวารสาร Antiquity เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา

เรื่องราวความวุ่นวายของโครงกระดูกร่างนี้ เริ่มต้นขึ้นในตอนที่เยอรมนีบุกมายังเชโกสโลวาเกียในปี 1939 โดยในเวลานั้นทางนาซีได้ถือโอกาสที่คุณ Ivan ไม่ตีพิมพ์การค้นพบของตัวเอง ในการใส่ความเขาว่า คุณ Ivan ต้องการปิดบังความจริงเรื่องที่ว่าโครงกระดูกนี้เป็นของชาวเยอรมันหรือชาวไวกิ้งไม่ใช่ชาวสลาฟ

 

ปราสาทกรุงปราก ในตอนที่ถูกเข้าชมโดย Heinrich Himmler เมื่อปี 1941

 

การใส่ความของนาซีในเวลานั้นมีเหตุผลหลักๆ อยู่ที่การโฆษณาชวนเชื่อว่าปราสาทในกรุงปรากและประเทศเชโกสโลวาเกียทั้งประเทศนั้น ในอดีตเคยเป็นของบรรพบุรุษชาวเยอรมันมาก่อน

และเพื่อที่จะให้ข้ออ้างของตัวเองมีน้ำหนักมากขึ้น ในเวลานั้นเองนาซียังได้ขู่คุณ Ivan ไม่ให้ตีพิมพ์การค้นพบเครื่องปั้นดินเผาสลาฟที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปกลาง และบังคับให้มีการตีพิมพ์งานวิจัยที่บอกว่าโครงกระดูกเหล่านี้เป็นของบรรพบุรุษชาวนอร์ดิกอีกด้วย

 

Ivan Borkovský (ซ้าย) ผู้ค้นพบโครงกระดูกนักรบ และ Karel Guth (ขวา) ผู้รับหน้าที่ขุดค้นปราสาทในกรุงปราก

 

 

แน่นอนว่าเมื่อสงครามจบลง ในปี 1946 คุณ Ivan ก็ได้ตัดสินใจตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นใหม่เพื่อที่จะแก้ไขความผิดพลาดในอดีตของตัวเองทันที เพื่อที่จะบอกว่าโครงกระดูกที่เขาพบนั้นเป็นของ “บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์สลาฟ” ต่างหาก

อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะให้มั่นใจว่างานวิจัยของคุณ Ivan ในเวลานั้นเป็นความจริง นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จึงตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบโครงกระดูกเจ้าปัญหาโดยตรงอีกครั้งเสียเลย

 

กลุ่มนักสำรวจนำร่างของนักรบที่พบไปเก็บในปราสาทไม่นานหลังการค้นพบ

 

ที่นั่นทีมนักวิทยาศาสตร์ได้พบกับความจริงที่น่าสนใจมากๆ เรื่องหนึ่ง นั่นคือการที่โครงกระดูกร่างนี้มีการพกดาบและขวานนั้น เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยๆ ในโครงกระดูกของชาวไวกิ้งอย่างที่ทางนาซีกล่าวอ้างจริงๆ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ตัวอาวุธเหล่านี้กลับไม่ใช่สิ่งที่ผลิตในพื้นที่ และน่าจะถูกนำเข้ามาอีกที

กลับกันทั้งตัวมีดและถังที่ถูกพบพร้อมๆ กับโครงกระดูกนั้นมีร่องรอยการผลิตในพื้นที่อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้การชี้ชัดถึงที่มาของโครงกระดูกกลายเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่คิดไป

คุณ Nicholas Saunders หนึ่งในทีมนักวิจัยบอกเล่าว่า “เป็นไปได้ที่เขาจะเป็นชาวสลาฟจากเมืองเพื่อนบ้าน ผู้มีวัฒนธรรมทั้งของชาวนอร์สโบราณและชาวสลาฟ หรือไม่แน่ว่าตัวเขาเองอาจจะมองตัวเองเป็นชาวไวกิ้งก็เป็นได้”

 

 

การค้นพบในจุดนี้เองทำให้เราพูดได้ยากมากว่าโครงกระดูกร่างนี้ควรจะถูกเรียกว่าเป็นของชาวสลาฟหรือชาวไวกิ้งกันแน่ อย่างไรก็ตามสิ่งเดียวที่เรามั่นใจจากการค้นพบในครั้งนี้นั้น ก็คงจะไม่พ้นความจริงที่ว่าอัตลักษณ์ของผู้คนในยุคกลางนั้นมีความซับซ้อนกว่าที่เราคิดมาก

และความซับซ้อนในจุดนี้เองก็มักจะถูกคนรุ่นหลังเหมารวมไปในทางที่มีประโยชน์กับตัวเองมากที่สุดอยู่เสมอนั่นเอง

 

ที่มา allthatsinteresting, cnn

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

332 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions