ย้อนรอยโศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปาง ความสูญเสียกว่า 300 ชีวิตกับตราบาปของกัปตัน


หากย้อนกลับไปในปี 2014 อุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ที่หลายท่านน่าจะจำกันได้คือกรณีของเรือเซวอลอัปปางระหว่างทางเดินเรือนำนักเรียนไปทัศนศึกษาที่เกาะเชจู ร่วมกับผู้โดยสารอื่นๆ รวมทั้งหมด 476 ราย และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียนที่จมไปกับเรือจำนวน 250 ราย จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด 304 ราย

 

 

การออกเดินทางที่นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่

ในวันที่ 16 เมษายน 2014 เรือเฟอร์รี่เซวอลมุ่งหน้าออกจากเมืองอีช็อนไปยังเกาะเชจู ซึ่งเป็นการเดินเรือตามปกติในเส้นทางอยู่แล้วเพื่อขนส่งผู้โดยสารไปยังที่หมายตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

วันนั้นมีนักเรียนจำนวน 325 คนจากโรงเรียนมัธยมทันว็อนที่กำลังตื่นเต้นกับทัศนศึกษาในครั้งนี้ ในจำนวนนักเรียน 5 คนเป็นชาวต่างชาติ

 

 

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์เรืออับปางระหว่างทางด้วยปัจจัยหลายอย่าง จากความมั่นใจที่พอจะหลงเหลืออยู่ว่านักเรียนส่วนใหญ่จะรอดชีวิตออกมาได้กลับกลายเป็นว่าพวกเขาต้องจมลงไปกับเรือลำนี้ แม้จะปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วก็ตาม

 

 

หลายคนยังคงรู้สึกอุ่นใจและเชื่อใจคำพูดของกัปตันเรือ

หนึ่งในคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกโดยนักเรียนที่อยู่บนเรือเซวอลวันนั้น เผยให้เห็นว่าพวกเขายังคงมีสติและใจเย็น พูดคุยกันระหว่างรอความช่วยเหลือ บางคนก็นั่งทานขนมรอ แต่หารู้ไม่ว่าเรือกำลังพลิกฝั่งไปเกินกว่า 90 องศาแล้ว

หนึ่งในนักเรียนโบกมือให้กับกล้องพร้อมเพื่อนหลังจากที่ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือศีรษะ “เฮลิคอปเตอร์มาแล้ว”

 

 

ด้วยความที่นักเรียนหลายคนถูกกำชับให้อยู่แต่ภายในตัวเรือและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย ขณะที่เรือกำลังจะจมลงไปเรื่อยๆ

สิ่งเหล่านี้คือคำแนะนำจากการตัดสินใจของกัปตันเรือ เป็นผู้บอกให้ผู้โดยสารรอคอยความช่วยเหลืออยู่ในเรือเท่านั้น เพราะเกรงว่าการกระโดดลงไปในน้ำที่เย็นจัดและกระแสน้ำเชี่ยวกรากจะเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยกู้ภัยไม่สามารถมาถึงตัวเรือได้ทันเวลา มีเพียงหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งหมายเลข 123 ที่เข้ามาถึงจุดเกิดเหตุเพียงหน่วยเดียว

ขณะที่นักเรียนที่ติดอยู่ในเรือกำลังรอความช่วยเหลือเริ่มวิตกกังวลมากขึ้นพร้อมเรือที่กำลังจมลงไปเรื่อยๆ บางคนพยายามจะพังกระจกจากตัวเรือเพื่อหนีออกมา…

 

กัปตันทิ้งผู้โดยสารไว้ในเรือ

สิ่งที่น่าใจหายไปมากกว่านั้นก็คือกัปตันเรือ ลี จุนซอก ผู้ที่ควรจะทำหน้าที่ของตัวเอง กลับหนีออกมาจากเรือที่กำลังอัปปางก่อนปล่อยให้ผู้โดยสารเผชิญชะตากรรม ทิ้งเกียรติของกัปตันเรือ ทิ้งหน้าที่ของกัปตันในการดูแลความปลอดภัยของทุกคนบนเรือ และไม่อยู่บนเรือเป็นคนสุดท้าย

 

 

ภายหลังจากที่เขาหนีออกมาจากเรือได้ และยอมรับสารภาพว่าในวันนั้นได้แอบไปงีบหลับก่อนที่จะเกิดเหตุเรือล่ม ปล่อยให้ผู้ช่วยต้นเรือที่ขาดประสบการณ์มาคุมเรือแทน

พร้อมกับกล่าวถึงเหตุผลที่ไม่ยอมปล่อยให้ผู้โดยสารอพยพออกมาจากเรือก่อนที่เรือจะจมว่าถ้าปล่อยให้ผู้โดยสารอพยพออกโดยไม่มีการชี้แนะที่เหมาะสมหรือไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพ

พวกเขาอาจจะเจอกับอันตรายในท้องทะเลหรือโดนคลื่นพัดหายไป จึงไม่ได้สั่งอพยพคนในเรือและยอมรับว่าตนเองมีความผิดในส่วนที่ตัดสินใจแบบนั้น ซึ่งตัวเขากับผู้ช่วยกลับหนีออกมาเป็นกลุ่มแรก

 

 

ทั้งนี้ เขาถูกตัดสินข้อหาหนักพร้อมกับผู้ช่วยอีก 2 รายได้แก่ข้อหาละทิ้งเรือ กระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ไม่ขอความช่วยเหลือจากเรือลำอื่น

และละเมิดกฎหมายเดินเรือจากกรณีของเมื่อเกิดเหตุเรืออับปาง กัปตันจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือเป็นคนสุดท้าย

 

 

ผลการสอบสวนระบุว่าเกิดจากเรือบรรทุกสินค้าเกินน้ำหนักที่เรือจะรับได้ มีการออกแบบเรือใหม่อย่างผิดกฎหมาย และการไร้ความสามารถของคนถือพวงมาลัยเรือ

ทางศาลสูงสุดเกาหลีใต้ยืนยันคำพิพากษาตัดสินจำคุกกัปตันเรือตลอดชีวิต ในส่วนของลูกเรืออีก 14 รายมีโทษจำคุกตั้งแต่ 18 เดือนจนถึง 12 ปี

 

คำบอกลาครั้งสุดท้ายของนักเรียน

ด้วยโทรศัพท์ที่ยังคงมีอยู่ในมือ นักเรียนส่วนใหญ่ที่กำลังจะจมลงไปกับเรือเซวอลพยายามจะส่งข้อความสุดท้ายไปหาพ่อแม่ของพวกเขาก่อนที่จะไม่โอกาสได้ร่ำลา

หนึ่งในข้อความของนักเรียนชายที่ส่งไปหาคุณแม่ เพื่อที่จะบอกลาคุณแม่เพราะคงไม่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นแน่แล้ว

“แม่ครับ ผมส่งมาให้แม่ตอนนี้เพราะผมกลัวว่าผมอาจจะไม่มีโอกาสได้บอกแม่อีก ผมรักแม่นะ” (รายงานระบุภายหลังว่านักเรียนชายคนนี้รอดมาได้)

 

 

อีกหนึ่งข้อความจากนักเรียนหญิงที่คุยกับแม่ “พวกเราใส่เสื้อชูชีพแล้วค่ะ เขาบอกให้พวกเรารอและเตรียมตัวเอาไว้ เรากำลังรอกันอยู่ หนูเห็นเฮลิคอปเตอร์แล้ว”

นอกจากนั้นก็ยังมีแชทระหว่างกลุ่มนักเรียนกับคุณครูผู้ดูแลโฮมรูมที่กำลังร่วมพูดคุยกันว่าคงจะได้พบเจอกันอีกหลังจากที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ไปได้

 

 

นักเรียนที่สามารถเอาชีวิตรอดมาจากเรือล่มกล่าวว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะกระโดดออกมาจากเรือ ยอมฝ่าฝืนมาตรการความปลอดภัยที่ได้รับแนะนำมาจากกัปตันว่าให้รออยู่ในเรือ ซึ่งจากการกระทำเช่นนี้มีนักเรียน 8 คนที่รอดพ้นจากการจมหายไปกับเรือ

 

 

ชาวเกาหลีใต้ที่ได้ติดตามข่าวโศกนาฏกรรมเรือเซวอลส่วนใหญ่ มองว่าหากผู้โดยสารพยายามที่จะหนีออกมาจากเรือแทนที่จะรอคอยความช่วยเหลือ พวกเขาอาจจะรอดชีวิตก็เป็นได้เพราะกว่าเรือจะจมก็กินเวลาไปนานกว่า 2 ชั่วโมง

 

 

ห้องเรียนที่ว่างเปล่าและคงสภาพเดิมหลังเกิดโศกนาฏกรรม

ภายหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุและกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้ ภายในห้องเรียนของนักเรียนที่เสียชีวิตถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้และภาพถ่ายของพวกเขา และถูกปล่อยให้คงสภาพเช่นนั้น

 

.

 

สำหรับนักเรียนหลายคนที่เสียชีวิตจากเรือเซวอลอับปาง หากพวกเขารอดก็อาจจะได้เข้าร่วมพิธีจบการศึกษาในปีที่แล้ว และอาจมีอนาคตที่สดใสเป็นผู้ใหญ่ในสังคมต่อไป

 

.

 

แต่ทางโรงเรียนก็ยังคงไม่ลืมพวกเขาและเชิญผู้ปกครองมาร่วมพิธีจบการศึกษาเพื่อส่งพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับนักเรียนผู้ที่จากไปด้วยเหตุเรือล่มในครั้งนั้น

 

.

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: Sinking of MV Sewol, hani, straitstimes, cbc, koreatimes, vesselfinder

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments