กลายเป็นเรื่องที่ต้องถูกนำมาพูดกันอย่างจริงจัง กับความเชื่อที่ว่า ‘ปัสสาวะเป็นยาวิเศษ’

 

ล่าสุดในวันนี้ (19 สิงหาคม 2019) เพจชื่อดังอย่าง หมอแล็บแพนด้า ก็ได้ออกมาให้ความรู้กับทุกคนว่า ความเชื่อนั้นไม่ใช่เรื่องจริงอย่างที่หลายคนเข้าใจ พร้อมบอกเกร็ดความรู้ทางการแพทย์ให้เราได้ฟังกัน

 

หมอแล็บแพนด้า

 

ทางเพจดังกล่าวบอกตั้งแต่ต้นเลยว่า…

“อย่ามาบอกว่าเลือดหยุดไหลเพราะเอามือไปจุ่มเยี่ยว 5555555”

“โลกเราเจริญพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ถ้าไม่รู้ว่าเลือดหยุดไหลได้ไง เดี๋ยวผมจะบอกให้ครับ”

 

เนื่องจากต้นเรื่องของปัสสาวะเป็นยาวิเศษนั้น เกิดเป็นกรณีความเชื่อที่ว่าน้ำปัสสาวะสามารถช่วยเยียวยาบาดแผลได้ จากการนำนิ้วไปจุ่มสักพักแล้วเลือดหยุดไหล หลังจากที่พยายามปิดบาดแผลด้วยพลาสเตอร์แต่ไม่สามารถห้ามเลือดได้

 

 

เพื่อให้ทุกคนได้รับความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ กลไกการห้ามเลือด (Hemostasis) หมอแล็บแพนด้าจึงได้พูดถึงกลไกดังกล่าว โดยแบ่งออกมาเป็น 4 กระบวนการดังนี้

1. หลอดเลือด – เมื่อหลอดเลือดรั่ว เช่น โดนมีดบาด หลอดเลือดจะหลั่งสารเคมีหลายชนิดทำให้หลอดเลือดหดตัว และมันยังสร้างสารที่จำเป็นในการสร้างลิ่มเลือด และกระตุ้นให้เกล็ดเลือดมาเกาะอีกด้วย

2. เกล็ดเลือด – สาร tissue factor (ปัจจัยเนื้อเยื่อ) ที่หลั่งออกมา จะทำให้เกล็ดเลือดมาเกาะบริเวณแผล แล้วหลั่งสาร thromboxane A2 (TXA2) และ prostacyclin (PGI2)

สารเหล่านั้นจะทำให้เกล็ดเลือดเกาะกลุ่มกันเพื่ออุดบาดแผล กระตุ้นทำให้เกิดลิ่มเลือด

 

ภาพจาก Baylor College of Medicine Blog Network

 

3. การสร้างลิ่มเลือด – การเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ เกล็ดเลือดจึงหลั่งสารเคมีออกมากระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือด เปลี่ยนไฟบริโนเจนให้เป็นไฟบริน รัดรอบกลุ่มเกล็ดเลือด ซึ่งใช้เวลานานหลายนาทีกว่าจะเสร็จ

ตอนที่กลไกห้ามเลือดกำลังทำงาน ร่างกายก็มีกลไกซ่อมเนื้อเยื่อไปด้วย

(ไฟบริโนเจน – เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งถูกสังเคราะห์ขึ้นที่ตับ, ไฟบริน – สารที่มีลักษณะเป็นเส้นใยเหนียวพบในเลือด ช่วยในการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล)

4. การสลายลิ่มเลือด – พอมีการซ่อมตัวเองแล้ว ร่างกายก็จะมีการละลายลิ่มเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดมากไป เดี๋ยวเลือดจะไหลได้ไม่ดี

 

ภาพจาก McGill University

 

ท้ายที่สุดแล้ว หมอแล็บแพนด้า ยังบอกอีกว่า…

“สำคัญที่สุดเวลามีบาดแผล เราต้องทำความสะอาดแผลเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าไป”

“แต่นี่อะไรกัน คุณเอาแผลไปจุ่มเยี่ยว ซึ่งผมเนี่ยยย ส่องกล้องจุลทรรศน์ดูเยี่ยวทุกวัน”

“เอาเยี่ยวไปเพาะเชื้อแบคทีเรียทุกวัน ในเยี่ยวหลายๆคนมันมีแบคทีเรียนะ มันสกปรก อย่าไปทำตามนะค้าบบบบบ”

 

โพสต์ต้นฉบับ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์