กลายเป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันชื่อ Myka Stauffer หลังจากที่เธอและสามีตัดสินใจปล่อยให้ลูกบุญธรรมย้ายไปอยู่กับครอบครัวอื่น ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่พร้อมจะเลี้ยงเด็กพิเศษ”

 

Myka และ James สามีของเธอ

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ต้องเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่ในปี 2016 ตอนนั้น Myka มักจะอัปคลิปการใช้ชีวิตทั่วๆ ไปของเธอและลูกๆ ทั้ง 3 คนของเธอ โดยที่ ณ เวลานั้นยังมีผู้ติดตามไม่มากเท่าไหร่นัก

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอออกมาประกาศว่า “ฉันกำลังจะมีลูกคนที่ 4” แต่ลูกคนนี้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ แต่เป็นลูกที่เธอตั้งใจจะรับอุปการะมาจากประเทศจีน

 

 

ตอนนั้นเองที่เธอได้เริ่มอัปคลิปเกี่ยวกับเส้นทางของการจะเป็นคุณแม่บุญธรรมมือใหม่ และคลิปทั้ง 27 คลิปที่เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

เธอยังขอระดมทุนจากแฟนคลับทุกคน ด้วยการทำภาพจิ๊กซอว์ 1,000 ชิ้น ซึ่งเป็นภาพของลูกชายคนที่ 4 ของเธอเอง หากใครต้องการเห็นหน้าเด็กก็แค่บริจาคเข้ามา 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 159 บาท) เพื่อเปิดจิ๊กซอว์ 1 ชิ้น

 

โดยเธอบอกว่าจะเขียนชื่อของทุกคนที่บริจาคลงไปในสมุดรับเลี้ยงเด็ก

 

อีกทั้งเธอยังหาทุนจากการทำคลิปสปอนเซอร์จำนวนมากในช่วงปี 2017 ซึ่งเธอบอกว่ารายได้ทั้งหมดจะเก็บไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กในภายภาคหน้า

ถึงอย่างนั้นการจะรับเด็กชาวจีนมาเลี้ยงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมทางเอเจนซี่ก็ได้แจ้งกับ Myka ในภายหลังด้วยว่า เด็กคนที่เธอตั้งใจจะรับมาเลี้ยงนั้นมีเนื้องอกในสมอง สมองได้รับความเสียหาย จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ตอนแรกเธอและสามีก็รู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก แต่เธอก็มองว่าความรักเด็กของเธอนั้นมันมากเกินกว่าที่จะหันหลังกลับในเวลานี้แล้ว

จนกระทั่งในวันที่ 9 ตุลาคม 2017 Myka และครอบครัวก็ได้เดินทางไปรับเด็กชายชาวจีนมาเลี้ยงในที่สุด และตั้งชื่อให้กับเขาว่า Huxley (ชื่อเต็มคือ Huxley Wen Quan Stauffer)

 

ซึ่งเธอก็ได้อัปคลิปการเดินทางในวันนั้น และคลิปนี้ก็มีผู้เข้าชมกว่า 5.7 ล้านวิวแล้ว

 

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Myka ก็มักจะอัปคลิปความน่ารักของเจ้าหนู Huxley อยู่บ่อยๆ รวมถึงคลิปบอกเล่าชีวิตของคนเป็นแม่ที่ต้องดูแลลูกๆ หลายคนพร้อมกัน

Myka ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังจากที่รับ Huxley มาเลี้ยงด้วยว่า หนูน้อยประสบกับภาวะความบกพร่องในการประมวลผลทางด้านประสาทสัมผัส และเป็นออทิสติก

การต้องเลี้ยงลูกที่เป็นเด็กพิเศษนั้นจึงเป็นความท้าทายในชีวิตของเธอและสามี ซึ่งเธอบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ แต่เธอก็มองว่ามันก็คุ้มค่าแล้วกับการที่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขของ Huxley

 

 

ทุกอย่างฟังดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อปลายปีก่อน (2019) Myka ก็ยังอัปคลิปครบรอบ 2 ปีที่ Huxley ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว บอกว่าเขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

แต่หลังจากคลิปนั้น จู่ๆ เด็กชายวัย 4 ขวบก็หายไปจากสายตาของเหล่าแฟนคลับ ไม่มีใครได้เห็นเขาในคลิปวิดีโอของ Myka อีก จนหลายคนสงสัยและติดต่อเข้าไปถาม ทว่ากลับไม่มีคำตอบใดๆ คืนมา

Myka ยังคงอัปคลิปการใช้ชีวิตของคนในครอบครัวตามปกติ แต่สิ่งที่ต่างไปคือเราจะไม่ได้เห็น Huxley ในคลิปใหม่ๆ เหล่านั้นเลย

 

จนล่าสุดวันที่ 26 พฤษภาคม 2020 เธอก็ได้อัปคลิปชื่อว่า an update on our family

 

คลิปดังกล่าวคือการที่เธอและสามีได้ออกมาบอกกับทุกคนว่า พวกเขาตัดสินใจที่จะปล่อยให้ Huxley ย้ายไปอยู่ในความดูแลของครอบครัวอื่น ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่พร้อมที่จะเลี้ยงเด็กพิเศษจริงๆ”

Myka บอกว่า Huxley ได้ไปอยู่กับครอบครัวที่เหมาะสมต่อความต้องการของเขาแล้ว มันเป็นการตัดสินใจที่ยากมากๆ สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ และพวกเขาจะยังคงรักและห่วงใย Huxley ตลอดไป

 

คลิปดังกล่าว

 

และคลิปนี้เองที่ได้นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก เมื่อผู้คนมองว่าสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนทำนั้นราวกับเห็นเด็กเป็นเพียงเครื่องมือ

นั่นก็เพราะหลังจากที่พวกเขารับ Huxley มาเลี้ยง มันก็ส่งผลให้ทั้งยูทูบและอินสตาแกรมของ Myka มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก มีสปอนเซอร์ติดต่อเข้ามามากมาย แถมยังได้ไปออกรายการทีวีต่างๆ

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะ Myka ยังเคยออกมาเรียกร้องสิทธิเด็กและการรับอุปการะเด็กในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย แต่พอมาเป็นอย่างนี้แล้ว หลายคนต่างคิดไปว่าเธอแค่เห็นเด็กเป็นเครื่องมือทำเงิน สุดท้ายก็ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังมีคนพูดถึงคำพูดของ Myka และสามีที่พวกเขาเคยพูดเอาไว้ว่า “พ่อกับแม่จะไม่มีทางทอดทิ้ง Huxley เป็นอันขาด จะไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน”

 

แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พวกเขาเคยพูดเอาไว้

 

อย่างไรก็ตาม ทางด้านทนายความของ Myka ก็ได้ออกมาพูดว่า เธอและสามีเป็นคนที่รักลูกมากจริงๆ แน่นอนว่าการจะเลี้ยงเด็กพิเศษนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเธอก็ทุ่มเทให้กับการดูแล Huxley มาโดยตลอด

ตั้งแต่ที่ทั้งสองอุปการะเขามา พวกเขาก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะดูแลลูกน้อยให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้พวกเขามอบเด็กให้กับครอบครัวที่พร้อมสำหรับเรื่องนี้จะดีกว่า

ทนายความยังบอกอีกว่านี่ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของทั้งสองคนเลยจริงๆ

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: MykaStauffer , Metro , Buzzfeed

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์