เชื่อว่าสำหรับคนที่ติดตามข่าวสารในโลกออนไลน์ หลายๆ คนคงอาจจะเริ่มรู้สึกกันแล้วว่าปัญหาการยืนหรือไม่ยืนช่วงเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ เริ่มที่จะกลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากขึ้นทุกวัน

ดังนั้นมันคงจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่หลายๆ คนจะเริ่มเกิดข้อสงสัยกันขึ้นมาแล้วว่า

เพลงสรรเสริญในโรงหนังมาตกลงแล้วจากไหนกันแน่!?

และทำไมโลกเรา รวมถึงประเทศไท ถึงมีวัฒนธรรมการยืนเคารพบทเพลงในโรงภาพยนตร์กัน!?

เราจะพาคุณไปย้อนเรื่องราวในบทความนี้ครับ..

 

ภาพ: ประชาชาติ

 

จุดเริ่มต้นของการบรรเลงเพลงสรรเสริญในโรงหนัง

ธรรมเนียมการบรรเลงเพลงสรรเสริญในโรงหนังนั้น เชื่อกันว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอังกฤษ เพื่อเสริมอุดมการณ์คนให้รักพระเจ้า และสถาบันกษัตริย์

และมีรากฐานมาจากการเปิดเพลง “God Save The Queen/King” หลังจบการแสดง หรือการแข่งอื่นๆ ที่มีให้เห็นอยู่บ้างตั้งแต่ในอดีตอีกที

ในตอนที่ธรรมเนียมการเปิดเพลงนี้เริ่มต้นขึ้นในโรงหนังใหม่ๆ ก่อนการเล่นบทเพลงนี้ ก็มักจะมีการนำเสนอเรื่องราวของทหารอังกฤษในดินแดนต่างประเทศ หรือข่าวสำคัญๆ ในช่วงเวลานั้น

ทำให้การยืนเคารพบทเพลงค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความทรงจำของสงครามยังสดใหม่อยู่ แม้บทเพลงที่ว่าจะบรรเลงหลังภาพยนตร์จบไปแล้ว

 

 

การเสื่อมความนิยมของเพลงสรรเสริญในโรงหนัง

อย่างไรก็ตามเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปจน เข้าสู่ช่วงต้นของการครองราชย์โดยราชินีเอลิซาเบธที่ 2 (ราวๆ ปี 1952-1970) การยืนเคารพบทเพลง ดังกล่าวกลับค่อยๆ ได้รับความนิยมน้อยลงไปเรื่อยๆ

แทนที่คนจะยืนเคารพกันอย่างที่หวัง ในหลายๆ ครั้งผู้คนก็ถึงกับจะเดินออกจากโรงหนังไปเลย เนื่องจากการเคารพดังกล่าวไม่ได้ถูกบังคับ แถมข่าวสารเริ่มหาดูได้ง่ายทางโทรทัศน์แล้ว

และที่สำคัญคือคนส่วนใหญ่มักจะกลัวว่าตัวเองจะตกรถหลังดูภาพยนตร์

แน่นอนว่าเมื่อเป็นแบบนี้โรงหนังหลายแห่ง (เช่นในนิวซีแลนด์ที่มีราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขเหมือนกัน) จึงตัดสินใจที่จะนำบทเพลงมาเปิดก่อนที่หนังจะแสดงแทน

แต่สุดท้ายเมื่อหลายๆ ฝ่ายเริ่มเข้าใจว่าผู้คนไม่ได้สนใจที่จะยืนเคารพเพลงตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ การเปิดเพลง God Save The Queen ในโรงหนังจึงค่อยๆ หายไปในช่วงปี 1970 ทั้งในอังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในอาณานิคม

 

 

เพลงสรรเสริญในโรงหนังกับประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเราเพลงสรรเสริญพระบารมีเดิมทีแล้วจะเป็นเพลงประโคมแตร อย่างไรก็ตามใน สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ประเทศไทยได้เริ่มดัดแปลงเอาเพลง God Save The King มาใช้

ก่อนที่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระองค์จะมีพระราชดำริให้เปลี่ยนเพลงอีกครั้งแทนเพลงเดิม และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบทเพลงเรื่อยมา

จนกระทั่งกลายเป็นเพลงเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบในปัจจุบันในช่วง 1913 อีกที

 

ด้วยประวัติที่มีความเกี่ยวข้องกับเพลง God Save The King อยู่บ้าง และช่วงเวลาที่ค่อนข้างคาบเกี่ยวกับความโด่งดังของการเล่นเพลงสรรเสริญในโรงหนังของต่างประเทศ

ทำให้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประเทศไทยก็จะมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญหลังภาพยนตร์เช่นกัน

แถมที่สำคัญเมื่อเวลาผ่านไป เพลงสรรเสริญของไทยก็พบปัญหาแบบเดียวกับของอังกฤษ คือคนไม่ยอมอยู่รอบทเพลงเริ่มเล่น จนต้องย้ายบทเพลงไปอยู่ก่อนหนังฉายเสียด้วย

และแม้ว่าจนถึงปัจจุบันบทเพลงสรรเสริญพระบารมีของประเทศไทยนั้น จะยังคงเป็นของที่อยู่คู่กับโรงหนังเรื่อยมาอย่างยาวนานก็ตาม

แต่ข้อสรุปที่ว่า อนาคตของกิจกรรมนี้ ควรจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น มันก็คงจะเป็นเรื่องที่เราคงต้องถกเถียงกันไปอีกนานเลย…

 

 

ที่มา mthai, nzhistory และ forbes

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์