เด็กชายอาสาเป็นสายตรวจ ทำหน้าดุพวกขับรถเร็ว จากปูมหลังแมวส้มที่บ้านโดนรถชน


บางคนอาจจะเกิดมาเพื่อเป็นสิ่งที่ถูกเลือก บางคนก็ไม่ได้เลือกที่ในสิ่งตนเองอยากทำแต่มันมีเหตุและผลที่ทำให้พวกเขามาอยู่ตรงจุดนี้ อย่างเด็กชายวัย 7 ขวบจากหมู่บ้านแมททิแชล มณฑลนอร์ฟอล์ก ประเทศอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เป็นสายตรวจจับความเร็วเช่นนี้

 

 

Harry Cannell ในวัย 7 ขวบสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสะท้อนแสงออกมาตรวจตราตามท้องถนนและบริเวณใกล้ๆ บ้านของเขา คอยโบกไม้โบกมือให้คนใช้ถนนคอยระวังเรื่องความเร็ว และมักจะทำหน้าบึ้งหน้าดุใส่ผู้ที่กระทำผิดอยู่เสมอ

ด้วยความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าของเด็กชาย จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้เปิดโอกาสให้น้องได้ลองใช้อุปกรณ์จับความเร็วบ้าง แถมได้ลองใส่แจ็คเก็ตของตำรวจด้วย

 

 

ทางด้านคุณแม่ของน้อง Harry เปิดเผยว่าน้องมองตำรวจเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของเขา และเบื้องหลังที่น้องมาเป็นสายตรวจความเร็วนั่นก็เกิดจากการที่เจ้าเหมียวส้ม Trevor ที่เลี้ยงไว้ ถูกรถชนบริเวณถนนแคบๆ นอกบ้านไปเมื่อเดือนก่อนด้วยความเร็ว 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

เหมียวส้ม Trevor

 

น้อง Harry จึงตัดสินใจได้ว่าเขาอยากจะทำบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณแม่จึงซื้อเสื้อสะท้อนแสงกับทำป้ายเตือน ‘ขับช้าๆ มีเด็กกับสัตว์เลี้ยง” นำมาปักบริเวณรั้วสวนหน้าบ้าน

“ผมยืนอยู่หน้าบ้านใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสีสว่าง เพื่อคอยเตือนให้คนหยุดหากมีรถขับสวนมาครับ”

 

 

หลังจากที่คุณแม่ของน้อง Harry ได้เปิดเผยเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการขับรถเร็วบนถนนของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่นิ่งนอนใจรีบติดต่อเข้ามาเพื่อดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

เมื่อตำรวจมาเยี่ยมพวกเขาที่บ้าน ก็ได้เห็นน้อง Harry กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ก็เลยพาออกไปทัวร์ลองงาน 1 วัน

“เราจับคนขับเร็วไม่ได้เลยครับ ส่วนใหญ่ขับแค่ 45 เท่านั้นเอง”

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการโพสต์ภาพถ่ายคู่กับน้อง Harry พร้อมกับกล่าวชื่นชมว่าช่วยรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนและการใช้ความเร็วได้อย่างดีเยี่ยม และหวังว่าในอนาคตน้องจะเป็นตำรวจที่ดีคนหนึ่งเลยล่ะ

 

 

ในส่วนของคุณแม่น้องเองก็กล่าวว่าน้องดีใจมากๆ ในวันนั้น และอยากจะเป็นตำรวจตามพวกเขาเพราะคิดว่าเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง

พอกลับมาบ้านก็มาทำหน้าที่ตรวจความเร็วต่อด้วยความสุภาพ เห็นใครทำดีก็โบกมือให้ ส่วนใครที่ขับเร็วเกินเด็กชายก็จะทำหน้าบึ้งเตือนแบบนี้แหละ

 

ที่มา: yahoo, derehamtimes, expressandstar

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments