มันเป็นเรื่องที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน โรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายๆ ฝ่ายจะพยายามหาทางรักษาโรคนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

อย่างไรก็ตามในความรีบร้อนในจุดนี้ก็อาจจะนำมาซึ่งเรื่องน่าปวดหัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยก็ได้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า ผู้คนในหลายๆ ประเทศเริ่มที่จะเริ่มรักษาโควิด-19 กันเองแล้ว

และบ่อยหลังจากรักษาดังกล่าวก็เป็นการรักษาด้วยการฉีดวัคซีนทำเอง ที่ไม่เคยผ่านการตรวจสอบจากองค์กรอาหารและยา หรือสถาบันวิทยาศาสตร์ใดๆ เลยด้วย

 

 

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็ร้อนไปถึงเหล่านักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมีชื่อหลายแห่งในสหรัฐฯ ที่ต้องออกมารวมตัวกันตีพิมพ์บทความใหม่ในวารสาร Science เพียงเพื่อจะเตือนในเรื่องที่น่าจะเป็นสามัญสำนึกอยู่แล้วอย่าง

การ DIY วัคซีนโควิด-19 ขึ้นมาเองนั้น ไม่เพียงแต่จะผิดต่อระบบสาธารณสุข กฎหมาย และจริยธรรมแล้ว มันยังมีความเสี่ยงถึงขั้นที่อาจจะทำให้คุณเสียชีวิตได้เลย

“วัคซีนโควิด-19 แบบโฮมเมดอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่ผู้คนคิดเอาไว้มาก” คุณ Jacob S. Sherkow ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์และผู้เขียนร่วมของบทความกล่าว

“เรารู้ว่ามีผู้คนที่ต้องการฉีดวัคซีนป้องกันตัวเองจากไวรัสอยู่มาก แต่คุณก็ต้องเข้าใจว่าการรักษาตัวในบ้านเองไม่ใช่ว่าจะช่วยได้ทุกอย่าง กลับกันการรักษาที่ไม่ดียังอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย”

 

 

หนึ่งในเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องออกมาประกาศเช่นนี้ มาจากความจริงที่ว่าในสหรัฐอเมริกานั้น เมื่อไม่นานมานี้ได้มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์พลเมืองที่ไม่แสวงหาผลกำไรออกมาผลิตวัคซีนชื่อ “RaDVaC” ด้วยตนเอง

พวกเขาอ้างว่าตนได้สูตรวัคซีนตัวนี้มาจาก “เส้นสายกับวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด” และไม่เพียงแต่จะทดลองวัคซีนดังกล่าวกับตัวเอง แต่ยังแจกจ่ายมันให้คนใกล้ตัวด้วย

 

“RaDVaC” ถูกระบุว่าเป็นวัคซีนทำเองของนักวิทยาศาสตร์พลเมือง ซึ่งใช้งานโดยการฉีดผ่านจมูก (ภาพที่เห็นเป็นเพียงภาพเปรียบเทียบเท่านั้น)

 

“เราอยู่ในยุคของการบิดเบือนข้อมูลข้อมูลวัคซีน” คุณ Jacob กล่าว “นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องมีการทดลองทางคลินิกไม่ใช่แค่การพิจารณาว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้มีประสิทธิภาพหรือได้ผลหรือไม่ “

“เราจะต้องมีเรื่องของการค้นหาความโอกาสเป็นพิษขั้นต้นของการรักษา หรือเรื่องที่ว่าเราต้องใช้การผลิตอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้คนด้วย”

โดยในกรณีของ RaDVaC นั้นนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่ามันเป็นวัคซีนที่ทำจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะก่อให้เกิดโรคกับผู้ใช้ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้หมายความว่าตัววัคซีนจะป้องกันโรคได้เช่นกัน

 

 

ดังนั้นในปัจจุบันทางเลือกที่ดีที่สุดของผู้คนจึงยังคงเป็นการรอให้วัคซีนป้องกันโรคที่ได้รับการตรวจสอบและยอมรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปก่อน

และแน่นอนว่าการรักษาทางเลือกที่น่าสงสัยอื่นๆ อย่างการทานผงซักฟอก หรือสารฟอกขาวที่เคยเป็นกระแสเอง ก็ย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนสติดีควรทำเลยเช่นกัน

 

ที่มา iflscience, technologyreview และ sciencemag

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...