ในตอนนี้บนโลกอินเทอร์เน็ตทั่วโลกกำลังเป็นประเด็นร้อนกับแคมเปญ #StopHateForProfit แคมเปญที่ทำให้สื่อโซเชียลอย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและทวิตเตอร์ ถูกแบนการซื้อโฆษณาจากบริษัทเจ้าใหญ่ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น แคมเปญนี้ยังมีดารามากมายออกมาร่วมสนับสนุนด้วยการหยุดการเคลื่อนไหวบน Facebook และ Instagram เป็นเวลา 24 ชั่วโมงอีกด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น…

 

Robert Downey Jr.

 

Mark Ruffalo

 

Jennifer Lawrence

 

Kim Kardashian West

 

Katy Perry

 

Selena Gomez

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมแคมเปญนี้ถึงมีความสำคัญจนเหล่าดาราออกมาพูดมากมายขนาดนี้ และ Facebook กับ Instagram เกี่ยวอะไรด้วย วันนี้ #เหมียวนานะ มีคำตอบค่ะ

 

จุดเริ่มต้นจากประเด็นร้อน Black Lives Matter

แม้ว่าบ้านเราอาจจะไม่ได้ยินเกี่ยวกับการประท้วง Black Lives Matter มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าประเด็นนี้จะหายออกไปจากอินเทอร์เน็ตซะทีเดียว

 

 

เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมามีการใช้ Hate Speech หรือถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง ทั้งคำพูดเชิงเหยียดเชื้อชาติ สีผิว คำพูดรุนแรงต่างๆ ไปจนถึงข่าวปลอมลงบนโซเชียลมีเดีย

ซึ่งโซเชียลมีเดียบางเจ้าไม่มีนโยบายจัดการกับเนื้อหาและคำพูดที่ไม่เหมาะสมเวลาที่มีคนปล่อยถ้อยคำเหล่านี้ลงบนแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดผลกระทบมากมายต่อชุมชนคนผิวสี ไปจนถึงคอมมิวนิตี้อื่นๆ ตามมา

 

 

องค์กรต่างๆ เริ่มแคมเปญ #StopHateForProfit

ในเมื่อมีคำพูดรุนแรงและเหยียดสีผิวกระจายไปทั่วโซเชียลมีเดียที่มีคนใช้กันทั่วโลกขนาดนี้ ทางองค์กรใหญ่ๆ เช่น Color of Change, NAACP และอื่นๆ ไม่ขอนิ่งเฉย

ร่วมเชิญชวนแบรนด์ดังเข้าแคมเปญ Stop Hate For Profit เป็นแคมเปญที่หยุดการสร้างความเกลียดชัง เพื่อแสวงหาผลกำไรบนโซเชียลมีเดียที่ยังไม่มีนโยบายจัดการ Hate Speech อย่างจริงๆ จังๆ

 

 

Facebook ถูกแบน Mark Zuckerberg ถูกกดดันอย่างหนัก

ซึ่งแน่นอนค่ะว่าโซเชียลมีเดียที่ยังไม่มีนโยบายเหล่านี้ก็คือ Facebook นี่แหละ จึงทำให้ Mark Zuckerberg ถูกกดดันจากหลายๆ ด้านเพื่อให้เขาออกมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ

นั่นจึงทำให้แบรนด์ดังหลายแบรนด์เริ่มแบนการนำเข้าโฆษณาบน Facebook นอกจากนี้ยังมี Instagram และ Twitter ที่โดนแบนในครั้งนี้เพราะยังไม่มีนโยบายการจัดการที่เหมาะสมอีกด้วย

 

 

เรียกได้ว่าเป็นการสูญเสียรายได้ครั้งใหญ่ของโซเชียลมีเดียเหล่านี้เลยค่ะ เพราะแต่เดิมพวกเขาได้รับรายได้จากการโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ เป็นหลัก

และก็มีหลายแบรนด์ดังด้วย เช่น The North Face,  Walmart Stores, Microsoft, Disney, Starbucks,  New York Times, Coca-Cola,  Adidas และแบรนด์อื่นๆ อีกกว่า 200 แบรนด์เข้าร่วมแคมเปญในครั้งนี้

 

 

แล้วโซเชียลมีเดียไหนที่ปรับใช้นโยบายนี้บ้างแล้วนะ?

ในตอนนี้โซเชียลมีเดียต่างๆ เริ่มมีการนำนโยบายจัดการกับเนื้อหาและคำพูดที่ไม่เหมาะสมมาใช้แล้วค่ะ ก็จะมี Reddit, YouTube และ Twitch เป็นต้น

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงจะถูกกดดันหนักแค่ไหนพี่ Mark ของพวกเราก็ยังคงนิ่งเฉยอยู่ดี จนทำให้ในตอนนี้แคมเปญ #StopHateForProfit กำลังขยายไปยังสื่อโฆษณาในเขตประเทศแถบทางยุโรปแล้ว

ในส่วนของ Twitter ได้ออกมาแสดงจุดยืนแล้วว่าไม่เอาความรุนแรงและไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งกำลังจะจัดการเกี่ยวกับนโยบายในเร็วๆ นี้

เราต้องมารอชมกันต่อไปว่างานนี้ทาง Facebook จะรับมืออย่างไร…

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวนานะ

ที่มา: #StopHateForProfit, elle, theconversation

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...