ย้อนเวลากลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เรือดำน้ำของชาวอเมริกา เรียกได้ว่าเป็นยานพาหนะที่มีปัญหาค่อนข้างมากอันหนึ่งเลยก็ว่าได้

นั่นเพราะตอร์ปิโดของพวกเขานั้น มีทั้งปัญหาการระเบิดก่อนโดนเป้าหมาย เกจวัดความลึกไม่ถูกต้อง แถมในบางครั้งความผิดพลาดยังร้ายแรงจนถึงขั้นที่ตอร์ปิโดวนกลับมาทำลายเรือที่ปล่อยมันเลยด้วย

 

 

เรื่องราวสุดแปลกตอร์ปิโดที่กล่าวมานี้ เป็นผลพวงมาจากการที่ หลายๆ ประเทศทำการพัฒนาตอร์ปิโดจากที่เคยยิงเป็นเส้นตรงให้สามารถโค้งไปหาเป้าหมายได้แม้เรือดำน้ำจะไม่ได้หันไปหาศัตรูโดยตรง ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะเริ่มขึ้นเล็กน้อย

การทำงานของตอร์ปิโดในรูปแบบนี้ จะถูกกำหนดในทางกลไก และเมื่อถูกยิงออกจากท่อปล่อยมันจะพุ่งตรงๆ ในระยะที่เรียกว่า “Reach” ก่อนที่จะค่อยๆ เลี้ยวทำมุมและพุ่งเข้าหาเป้าหมายอีกที

 

 

ปัญหาคือในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยความผิดพลาดบางประการ ขั้นตอนการเลี้ยวของตอร์ปิโดที่เรือดำน้ำสหรัฐปล่อยออกไป มักจะไม่ย่อมหยุดลงอย่างที่ควร ดังนั้นตอร์ปิโดจึงหมุนเป็นวงกลม และบางครั้งก็พุ่งกลับเข้าหาเรือที่ปล่อยเสียเอง

อาการเช่นนี้ของตอร์ปิโดเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Circular run” หรือ “การวิ่งเป็นวงกลม” ซึ่งสำหรับกรณีที่ตอร์ปิโดพุ่งเป็นวงกลมจนกลับมาสร้างความเสียหายให้เรือที่ปล่อยเองนั้น ในสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมีการระบุไว้ว่าเกิดขึ้นอย่างน้อยๆ ถึง 3 ครั้ง และสองครั้งในนั้นก็รุนแรงจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตด้วย

 

 

เรือลำแรกที่ถูกจมด้วยตอร์ปิโดในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองของสหรัฐอเมริกา ได้แก่เรือ USS Tullibee ซึ่งจมลงไปในวันที่ 29 กรกฎาคม 1944 โดยมีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว และเรือลำที่สองได้แก่เรือ USS Tang ซึ่งก่อนหน้าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเคยมีผลงานจมเรือศัตรูมาแล้วถึง 33 ลำในเวลาแค่ 2 เดือน

เรื่องราวการจมของ USS Tang เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจเอามากๆ เพราะในวันที่เรือลำนี้จม USS Tang ได้ปะทะกับเรือขนส่งจำนวนมากของญี่ปุ่น ก่อนที่จะทำการยิงตอร์ปิโดอย่างต่อเนื่อง 24 ลูกซึ่งจมเรือของญี่ปุ่นไปถึง 13 ลำก่อนที่ตอร์ปิโดลูกสุดท้ายจะวนกลับมาทำลายเรือดำน้ำของพวกเขาเองเลย

 

 

และก็ด้วยผลงานขนาดนี้นี่เอง ซึ่งทำให้ Richard O’Kane ผู้บังคับบัญชาเรือดำน้ำ หนึ่งในผู้รอดชีวิตจาก USS Tang ได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นสูงสุด และตัวเรือดำน้ำที่จมไปเอง ก็ไม่ได้ถูกมองอย่างขำขัน แต่เป็นยอดเรือที่มีผลงาน “Battle stars” ถึง 4 ครั้งแทน

 

ที่มา amusingplanet, americainwwii, history.navy และ weaponsman

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์