พบโบราณวัตถุอายุกว่า 2,300 ปี หลังนักโบราณคดีดำน้ำสำรวจสุสานใต้พีระมิดที่ซูดาน


เพื่อนๆ เคยได้ยินเรื่องราวของพีระมิดในประเทศซูดานกันมาก่อนไหม? นี่คือสิ่งปลูกสร้างโบราณจำนวนราวๆ 200 แห่งซึ่งถูกค้นพบในทางตอนเหนือของประเทศ และแม้ว่าจะไม่โด่งดังเท่ากับพีระมิดของทางอียิปต์ แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญของโลก

 

 

ในบรรดาพีระมิดทั้ง 200 แห่งนั้นยังคงมีพีระมิดอยู่แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากกว่าพีระมิดอื่นๆ ซึ่งก็คือ “พีระมิดนูรี” ซึ่งไม่เพียงแค่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่เท่านั้น แต่ว่ากันว่ามันยังเป็นพีระมิดที่เก็บร่างของเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรคุชอีกด้วย

เพราะเหตุนี้เอง ในช่วงเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาจึงมีนักโบราณคดีมากมายเข้ามาสำรวจแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ เพื่อหวังที่จะค้นพบขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ที่ฝังอยู่ที่นี่

 

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ว่าในสุสานฟาโรห์ของซูดานนั้นมีจุดเด่นอยู่ที่การถูกฝังอยู่ “ใต้” พีระมิด ไม่ใช่ภายในพีระมิดแบบทางอียิปต์ และตัวสุสานเองก็ถูกน้ำท่วมขังมาเป็นเวลานาน การสำรวจพีระมิดแห่งนี้จึงเป็นไปได้ด้วยความลำบาก

แต่แล้วเมื่อล่าสุดนี้เอง ด้วยความพยายามของทีมนักโบราณคดีที่นำโดยคุณ Pearce Paul Creasman ผู้ซึ่งเข้ามาสำรวจพีระมิดนูรีตั้งแต่เมื่อปี 2018 ในที่สุดพวกเขาก็สามารถค้นพบวัตถุโบราณบางส่วนจากสุสานแห่งนี้จนได้

อ้างอิงจากข้อมูลของทีมสำรวจ ในปี 2018 พวกเขาได้ทำการค้นพบบันไดเชื่อมลงไปในสุสาน แต่หลังจากที่ขุดบันไดไปได้ราวๆ ครึ่งทางพวกเขาก็ต้องพบว่าในสุสานนั้นโดน น้ำท่วมไปหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำการนำน้ำเพื่อลงไปสำรวจโบราณสถานต่อ ทำให้การค้นหากินเวลานานกว่าที่ควรมาก

 

 

แต่แม้ว่าการค้นหาจะลำบากก็ตาม เมื่อพวกเขาสามารถผ่านน้ำที่ท่วมขังลงไปได้ ทีมค้นหาก็ได้พบกับสุสานที่น่าจะเป็นของฟาโรห์นาสตาเซนซึ่งเคยปกครองพื้นที่ซูดานในช่วง 335-315 ปีก่อนคริสตกาลในที่สุด

และในเมื่อทีมนักดำน้ำทำการสำรวจสุสานในเบื้องต้น พวกเขาก็มีโอกาสพบกับรูปปั้นเครื่องดินเผาและแผ่นทองจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องสังเวยที่ถูกฝังไปพร้อมกับฟาโรห์ในอดีต

 

 

คุณ Creasman อธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาพบว่า แผ่นทองนั้นในอดีตน่าจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของรูปปั้นที่ทำจากวัสดุจำพวกแก้วอีกที อย่างไรก็ตามกระแสน้ำได้ทำลายชิ้นส่วนที่ทำจากแก้วไปหมดแล้ว เหลือไว้เพียงเศษทองก็เท่านั้น

นี่นับเป็นความโชคดีในโชคร้ายของนักโบราณคดีเลยก็ว่าได้ เพราะหากสุสานแห่งนี้ไปถูกน้ำท่วม มันก็เป็นไปได้สูงมากที่วัตถุโบราณเหล่านี้จะถูกโจรปล้นสุสาน ขโมยไปขายก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสเข้ามาสำรวจเสียอีก

 

 

และแม้ว่าสิ่งที่เขาพบในสุสานนั้นจะดูน้อยก็ตาม แต่นี่ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างมากของทีมนักสำรวจแล้ว

เพราะหากคำนึงว่าในสุสานนั้นประกอบไปด้วยห้องขนาดกว้างพอๆ กับรถบัสสามห้อง (อ้างอิงจากทีมสำรวจใต้น้ำ) แถมยังมืดจนมองไม่เห็นหากไม่ใช้ไฟฉาย การที่เราสามารถค้นพบของเล็กๆ อย่างเศษทอง และรูปปั้นเครื่องดินเผาได้มันก็นับว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับนักโบราณคดีแล้วนั่นเอง

 

 

ที่มา bbc, ancient-origins

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments