ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้มีภาพเรื่องราวน่าเหลือเชื่อเรื่องหนึ่งถูกทำมาเผยแพร่จนกลายเป็นกระแสพูดคุยกันอย่างหนาหู

มันเป็นภาพของห้องนักบินของเครื่องบินลำหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นภาพของเครื่องบินที่กระจกเครื่องแตกออก จนนักบินกำลังถูกดูดออกจากเครื่องไป และรอดมาได้เพียงเพราะมีคนจับขาของเขาไว้เท่านั้น

 

 

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน ปี 1990 เมื่อกัปตัน Tim Lancaster กำลังควบคุมเครื่องบิน British Airways เที่ยวบิน 5390 จากเบอร์มิงแฮมไปยังสเปน

โดยในระหว่างที่บินผ่านอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์กัปตัน Lancaster ได้พบว่าจู่ๆ กระจกของเครื่องบิน 2 จากทั้งหมด 6 บานได้แตกออก ส่งผลให้นักบินถูกดึงออกจากที่นั่งและดูดออกไปทางหน้าต่าง

 

 

นับว่าเป็นโชคดีของเขามากที่ในเวลานั้น แรงลมที่เกิดขึ้นได้พังประตูห้องนักบินออกไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้พนักงานต้อนรับหลายคนบนเครื่องสามารถวิ่งมาจับขาเขาไว้ได้ทัน

เรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าต้องนำมาซึ่งความโกลาหลแน่นอน โดยผู้ช่วยนักบิน Alistair Atchinson ได้เข้ามาควบคุมการบินเป็นการด่วน

ในขณะที่ Lancaster ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและกระจก ต้องทนกับการรับสภาพอากาศบนความสูง 23,000 ฟุต (ราวๆ 7 กิโลเมตร) นอกเครื่องบิน

จนถึงขั้นที่ทั้งนักบินผู้ช่วยและพนักงานต้อนรับต่างก็ต้องคิดว่าเขาน่าจะตายไปแล้ว และชั่งใจกันว่าจะปล่อยขากัปตันดีหรือไม่

 

 

“เสื้อของเขาถูกดึงออกไปด้านหลัง และลำตัวของเขางอขึ้นไปตามด้านบนของเครื่องบิน” คุณ Nigel Ogden พนักงานต้อนรับคนแรกผู้เข้าไปจับขานักบินกล่าว

“ขาของเขาไปปลดระบบออโตไพลอท และประตูเครื่องบินก็วางอยู่บนส่วนควบคุมส่งเครื่องบินพุ่งลงพื้นด้วยความเร็วเกือบ 650 กม. ต่อชั่วโมง ผ่านน่านฟ้าที่แออัดที่สุดในโลก”

 

 

นับว่าเป็นโชคดีมากที่ในท้ายที่สุด คุณ Ogden ก็ตัดสินใจไม่ปล่อยขากัปตัน แถมต่อมาผู้ช่วยนักบิน Alistair ก็สามารถติดต่อสนามบินและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินเซาแธมป์ตันได้สำเร็จ

ซึ่งก็เป็นที่นั่นเอง ที่ลูกเรือได้เข้ารับการดูแลโดยหน่วยฉุกเฉิน ส่วนกัปตัน Lancaster เองแม้จะมีบาดแผล กระดูกราว และน้ำแข็งกัดทั่วตัว เพราะห้อยอยู่อย่างนั้นจนเครื่องจอด แต่ก็สามารถรอดจากเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างปาฏิหาริย์ด้วย

เรียกได้ว่านี่เป็นเรื่องราวของนักบินผู้ดวงแข็งสุดๆ เลยก็ว่าได้ และ เรื่องเดียวที่เราคงต้องบอกว่าน่าเสียดายเกี่ยวกับภาพที่ออกมา ก็มีแค่ภาพที่เห็นเป็นภาพจำลองที่ทำขึ้นมาในภายหลัง ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็เท่านั้น

 

 

ที่มา iflscience และ ladbible

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...