ในช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลายเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข่าวเกี่ยวกับ วัคซีนของโรคดังกล่าวจะกำลังเป็นที่จับตามองของผู้คน

แต่การฉีดวัคซีนตามปกติ สำหรับคนที่กลัวเข็มแล้ว มันก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะน่าจดจำเท่าไหร่นักเลย ดังนั้นเพื่อที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว

เมื่อล่าสุดนี้เองนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสวอนซีจึงได้ออกมาเปิดตัวการพัฒนา “แผ่นวัคซีนอัจฉริยะ” ชิ้นแรกสำหรับโรคโควิด-19 ซึ่งจะทำให้คุณรับวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้ โดยไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว

 

 

เจ้าแผ่นวัคซีนอัจฉริยะตัวใหม่นี้ เป็นอุปกรณ์ซิลิโคนขนาดเล็กแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งอาศัยเข็มขนาดจิ๋วระดับไมโครเมตรในการส่งสารละลายเข้าสู่ใต้ผิวหนัง

โดยมันถูกออกแบบมาให้แปะลงบนแขนผู้ใช้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะส่งวัคซีนในประมาณที่เหมาะสม โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้สึก ในขณะที่เก็บข้อมูลบางส่วน เพื่อนำไปให้นักวิจัยสแกนใช้ได้ด้วย

“สิ่งที่เราคาดหวังจากแผ่นแปะวัคซีนนี้ คือการเห็นการผลิตอิมมูโนโกลบูลิน (แอนติบอดีชนิดหนึ่ง) ในร่างกายของผู้ใช้ ซึ่งตัวแผ่นแปะสามารถตรวจสอบได้” คุณ Sanjiv Sharma หนึ่งในทีมวิจัยระบุ

“มันไม่ได้เจาะลึกลงไปในผิวหนัง และไม่กระตุ้นตัวรับความเจ็บของมนุษย์ ดังนั้นมันจึงเจ็บน้อยกว่าเข็มฉีดยาทั่วไปอย่างแน่นอน”

 

 

จริงอยู่สำหรับหลายๆ คนแล้ว ความเจ็บจากการฉีดวัคซีนตามปกตินั้น ถือเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากในการป้องกันโรค

แต่สำหรับกลุ่มคนผู้ที่กลัวเข็มแล้ว การที่เรามีอุปกรณ์ฉีดยาที่ไม่รู้สึกเจ็บหรือเห็นเข็มได้ชัดเจนเช่นนี้ ย่อมเป็นอะไรที่ดีกว่าเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญแผ่นแปะดังกล่าว ยังมีราคาค่าผลิต ถูกกว่าหัวเข็มฉีดยาตามปกติเสียด้วย ซึ่งทำให้ในอนาคตมันอาจจะถูกนำไปใช้กับวัคซีนโรคอื่นๆ นอกจากโควิด-19 ได้ด้วย

“อุปกรณ์การฉีดวัคซีนต้นทุนต่ำเช่นนี้ จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าจะกลับมาทำงานได้อย่างปลอดภัย และจัดการกับการระบาดของโควิด -19 ในภายหลังได้” คุณ Sanjiv ระบุ

“แต่นอกเหนือจากการระบาดครั้งนี้แล้ว ขอบเขตของผลงานชิ้นนี้ ยังสามารถขยายไปใช้กับโรคติดเชื้ออื่นๆ ได้ด้วย เนื่องจากลักษณะของตัวแผ่นจะทำให้มันปรับใช้กับโรคอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วเลย”

 

 

แน่นอนว่าในปัจจุบันโครงการแผ่นแปะที่กล่าวมานี้อาจจะยังเป็นเพียงการทดลองขั้นต้นที่ยังคงต้องการการทดลองอีกมากกว่าที่จะใช้ได้จริงอยู่

แต่หากกว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แผ่นวัคซีนอัจฉริยะที่เห็นนี้ก็อาจจะพร้อมใช้งานได้ อย่างเร็วที่สุดในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้เท่านั้น

 

ที่มา ladbible และ bbc

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...