มิสเมียนมาเปิดเผยสถานะรักเพศเดียวกัน เป็นคนแรกในมิสยูนิเวิร์ส พร้อมสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+


จบกันไปแล้วกับเวทีการประกวดความงามระดับโลกมิสยูนิเวิร์สประจำปี 2019 ซึ่งนางงามผู้คว้ามงกุฎไปครองได้แก่ มิสแอฟริกาใต้ ‘Zozibini Tunzi’ และ ปวีณสุดา ดรูอิ้น (ฟ้าใส) สาวงามตัวแทนประเทศไทยทำดีที่สุดแล้วสามารถเข้าไปจนถึงรอบ Top 5 ได้

 

ชะเว ชินเทด (Swe Zin Htet)

 

ทว่าอีกหนึ่งนางงามที่ได้รับความสนใจบนพื้นที่สื่อทั่วโลกนั่นก็คือ ชะเว ชินเทด (Swe Zin Htet) นางงามจากประเทศเมียนมาวัย 20 ปีคนนี้ แม้จะไม่สามารถผ่านเข้าถึงรอบ Top 20 ได้ แต่เธอก็ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลกเลยทีเดียว

นั่นเป็นเพราะว่าเธอได้ออกมาให้สัมภาษณ์และเปิดเผยกับสื่อว่าเธอเป็นเลสเบี้ยน และเธอมีความภาคภูมิใจมากๆ ที่สามารถเป็นตัวแทนของประเทศและกลุ่ม LGBTQ+ ขึ้นไปอยู่บนเวทีระดับโลกได้

 

เธอขอโทษแฟนๆ นางงามผ่านอินสตาแกรมหลังจากไม่ผ่านเข้ารอบ Top 20

https://www.instagram.com/p/B52cEuqAS-A/

 

“ฉันตระหนักถึงเพศสภาพของตัวมานานแล้วค่ะ ฉันอยากจะให้โลกยอมรับกลุ่ม LGBTQ+ และยอมรับสิทธิของพวกเขาที่จะสามารถเลือกเส้นทางเพื่อตามหาความสุขของพวกเขาค่ะ

 

 

ความรักคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุด และผู้คนต่างตกหลุมรักกันด้วยความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพศ พวกเราควรมีอิสระในการเลือกและมีความเท่าเทียมกันค่ะ”

 

ภายหลังจากการให้สัมภาษณ์กับ Missosology เธอโพสต์ภาพแห่งความภาคภูมิใจที่ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกของตนเอง แชร์ภาพถ่ายกับแฟนสาวนักร้อง Gae Gae

https://www.instagram.com/p/B5dbKqxFL63/

 

การเปิดเผยเพศของเธอในครั้งนี้ เปรียบได้ดั่งกระบอกเสียงตัวแทนให้กับกลุ่มความหลากหลายทางเพศในเมียนมา เนื่องจากภายในประเทศของเธอเองสิ่งเหล่านี้ยังคงถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย

“ตอนนี้ฉันมีพื้นที่ในการสื่อสารของฉัน ถ้าหากฉันบอกว่าฉันเป็นเลสเบี้ยน มันก็จะส่งผลกระทบครั้งใหญ่กับกลุ่ม LGBTQ+ ในเมียนมาด้วยค่ะ

เพราะในเมียนมาเองไม่ยอมรับกลุ่มคนเหล่านี้ พวกเขาถูกดูแคลนและถูกต่อว่าต่างๆ นานา”

 

สำหรับสาวชะเวแล้ว เธอได้รับการตั้งฉายาว่า ‘ซุปเปอร์แมน’ จากเหล่าแฟนคลับ นั่นเป็นเพราะว่าช่วงที่เธออายุได้เพียง 15 – 16 ปี เธอก็เริ่มมีสเน่ห์ดึงดูดผู้หญิงด้วยกันเองและเป็นหญิงแกร่งคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

เพราะกว่าเธอจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาเยอะพอสมควร ด้วยสภาพสังคมที่ไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ แต่พอหลังจากที่เธอยืนหยัดอยู่บนเวทีได้ ความคิดของคนในเมียนมาเองก็เปลี่ยนไปเริ่มมีการยอมรับที่มากขึ้น

โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เธอเปิดใจกับพ่อแม่เมื่ออายุ 5 ขวบ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เด็กจะบอกอะไรแบบนี้กับพ่อแม่ได้

“ในตอนแรก ท่านรู้สึกโกรธมากค่ะ ท่านไม่ยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็นเลย แต่หลังจากนั้นเมื่อท่านได้รู้เกี่ยวกับกลุ่ม LGBTQ+ มากขึ้น ท่านก็ยอมรับในตัวฉันค่ะ”

 

 

ชะเวหวังว่าการเปิดใจของตัวเองในครั้งนี้ จะสามารถช่วยเปลี่ยนทัศนคติของกลุ่มคนต่อต้าน LGBTQ+ ได้ และการได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีมิสยูนิเวิร์สจะช่วยเป็นกระบอกเสียงสะท้อนกลับไปถึงบ้านเกิดของเธอเอง

“มันเป็นเหมือนกับฉันได้เริ่มต้นชีวิตบทใหม่เลยค่ะ”

 

 

ทางด้านองค์การนางงามจักรวาล ได้รับรู้ถึงเรื่องราวของมิสเมียนมาพร้อมกับออกแถลงการสนับสนุนความกล้าหาญของเธอ จากการเปิดใจให้คนทั้งโลกได้รับรู้หลังจากจบการประกวดได้เพียงไม่นานนัก ซึ่งเป็นการกล่าวโดยประธานองค์กร Paula Shugart

“พวกเรามีความภาคภูมิใจที่มอบพื้นที่ให้กับหญิงแกร่งและเป็นแรงบันดาลใจอย่างมิสเมียนมา ผู้มีความกล้าหาญมากพอร่วมแบ่งปันเรื่องราวอันพิเศษให้โลกได้รับรู้”

 

ที่มา: cnn, missosology, dailymail, insider, people

Advertisement


Like it? Share with your friends!

0 Comments