วินาทีแห่งความเป็นความตายเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะที่นี่ประเทศบราซิลยังไงล่ะ มักจะมีเรื่องอาชญากรรมเกิดขึ้นไม่เว้นในแต่ละวันเลยทีเดียว และมักจะจบลงด้วยเหตุความสูญเสียอยู่บ่อยครั้ง

เพียงแต่ในครั้งนี้เรียกได้ว่าหวุดหวิดมาก ซึ่งโชคดีในช่วงที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในบริเวณนั้น และเข้ายับยั้งสถานการณ์ได้ และช่วยชีวิตเหยื่อให้รอดตายได้สำเร็จ

 

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งในเมือง Colniza รัฐมาตูโกรสซู ทิศตะวันตกของบราซิล เป็นช่วงบ่ายวันอาทิตย์เกิดเหตุนาย Nelson Arruda วัย 33 ปี ถูกคนร้ายวิ่งปรี่ลงมาจากมอเตอร์ไซค์ใช้มีดพร้าเข้าฟันไม่ยั้ง

 

 

ในเวลาเดียวกัน Claudia Kafer ตำรวจหญิงวัย 32 ปี อยู่ในระหว่างช่วงหยุดปฏิบัติงาน แวะเข้ามาซื้อน้ำที่ร้านค้าซึ่งในระหว่างที่กำลงรอในร้าน ก็ได้ยินเสียงเหตุวุ่นวายพร้อมกับหันไปเจอภาพเหตุการณ์ทำร้ายด้วยมีด

 

 

จากประสบการณ์การทำงานมากกว่า 9 ปี เธอจึงไม่ลังเลที่จะควักอาวุธปืนวิ่งออกไประงับเหตุด้านนอก พร้อมกับระบุตัวเองว่าเป็นตำรวจ บังคับให้คนร้ายหยุดการกระทำดังกล่าว

 

 

ช่วงจังหวะหนึ่งที่ผู้ถูกทำร้ายสามารถเตะมีดออกจากมือคนร้ายได้ เขาจึงอาศัยช่วงนี้วิ่งหนี ก่อนที่คนร้ายจะก้มลงเก็บมีดและวิ่งไล่ตามไปซ้ำ ส่วนตำรวจหญิงตัดสินใจลั่นไกเข้าไปที่ขาคนร้ายเพื่อสกัดเขาเอาไว้

‘ช่วงหนึ่งที่เขาทำมีดตก ฉันคิดว่าเขาน่าจะหยุดแล้ว แต่เขากลับก้มลงไปเก็บมีดและทำท่าจะวิ่งไล่ตามเหยื่อไป

ทำให้ฉันต้องตัดสินใจเสี้ยววินาทีเพื่อลั่นไกปืน เมื่อผู้ต้องสงสัยรู้แล้วว่าเขาขยับไปไหนต่อไม่ได้ เขาจึงยอมทิ้งมีดลง’

 

 

จากกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่าตำรวจหญิงเดินเข้ากล้อง ชักปืนลูกโม่เล็งและยิงใส่คนร้ายอย่างรวดเร็วก่อนที่ภาพจะถูกตัดไป

ภายหลังสามารถระบุตัวคนร้ายได้คือนาย Cremildo Ribeiro วัย 21 ปี ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า และต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนออกจากขาหลังถูกจับกุมตัว

 

 

ชาวบราซิลที่ได้ทราบข่าวต่างชื่นชมตำรวจหญิงที่ยังคงทำหน้าที่นอกเวลางานของเธอ สามารถช่วยชีวิตประชาชนเอาไว้ได้

ตำรวจหญิงเองก็กล่าวว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอต้องยิงปืนระงับเหตุนอกเวลางาน ตั้งแต่ที่เคยทำงานเป็นตำรวจมาตลอด 9 ปี

 

 

ทางด้านผู้กำกับก็ได้ชื่นชมในการตัดสินใจอันเฉียบขาด ความแม่นยำในการใช้อาวุธปืนยิงเป้าหมายที่เคลื่อนไหวโดนบริเวณขาและสามารถช่วยชีวิตเหยื่อได้สำเร็จ ซึ่งในส่วนของสาเหตุอาชญากรรมในครั้งนี้จะได้รับการสืบสวนต่อไป

 

ที่มา: g1, rt, dailymail

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์