ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2016 ในเมืองแถบตอนใต้ของประเทศจีนได้เกิดการ การระบาดของไวรัสโคโรน่าชนิดใหม่ในลูกสุกร ซึ่งทำให้พวกมันมีอาการท้องเสียรุนแรง

ไวรัสดังกล่าวนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Swine Acute Diarrhea Syndrome Coronavirus (SADS-CoV) และได้รับการจับตาจากนักวิทยาศาสตร์เรื่อยมา

 

 

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์กลับค้นพบสายพันธุ์ใหม่ของโรคในสุกรโรคนี้เข้าจนได้ และมันก็มีจุดเด่นที่สำคัญหลายอย่าง ที่อาจจะทำให้ ไวรัสตัวนี้กลายเป็นโรคร้ายที่มีการระบาดรุนแรงเลยด้วย

อ้างอิงจากงานวิจัยที่ได้รบการตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ถูกเรียกว่า G4 โดยมันถูกรายงานว่ามีผู้เลี้ยงสุกรราวๆ 10.4% ที่มีแอนติบอดีของโรคนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ ที่โรคดังกล่าวอาจสามารถติดสู่คน

ความจริงในข้อนี้ ทำให้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาได้ทดลองนำไวรัส SADS-CoV สังเคราะห์ไปฉีดในเซลล์ประเภทต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงเซลล์ตับ ปอด และลำไส้ของมนุษย์

 

 

“มันค่นข้างน่ากังวลเลย เพราะ SADS-CoV นั้นสามารถแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเซลล์ปอด และเซลล์ลำไส้ของมนุษย์” ทีมวิจัยระบุ

“ซึ่งการเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพในเซลล์ปอดและลำไส้ของมนุษย์ ก็บ่งชี้ว่า SADS-CoV เป็นเชื้อโรคโคโรนาไวรัสที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะมีผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ และเศรษฐกิจของโลก”

 

 

อย่างไรก็ตามแม้ไวรัสตัวนี้จะมีความเสี่ยงค่อนข้างมากและต้องการการตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชิด ในปัจจุบันเราก็ยังไม่มีตัวอย่างการติดไวรัสในมนุษย์แบบตรงๆ แต่อย่างไร

และที่สำคัญจากการตรวจสอบผลของยาที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสได้อย่างกว้างขวาง (broad-spectrum antiviral) ต่อไวรัสตัวนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังพบอีกด้วยว่ายาตัวนี้หยุดการแบ่งตัวของไวรัสได้ด้วย

 

 

ดังนั้นในปัจจุบันเราคงจะยังพอโล่งใจได้ว่านักวิทยาศาสตร์นั้นมีวิธีการรับมือในเบื้องต้นสำหรับไวรัสตัวใหม่นี้แล้ว

แถมในปัจจุบันพวกเขาก็กำลังตามหาความเป็นไปได้ของวัคซีนเพื่อจะนำไปใช้กับฝูงสุกร เพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดของโรคดังกล่าวแล้วด้วย

 

ที่มา iflscience และ pnas

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...