หากเพื่อนๆ ยังจำกันได้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมายานอวกาศ “Beresheet lander” ของประเทศอิสราเอล ได้เกิดอุบัติเหตุในระหว่างการลงจอด จนทำให้ตัวยานพุ่งเข้าชนกับดวงจันทร์จนทำให้ภารกิจในครั้งนั้นจบลงด้วยความล้มเหลว

 

 

อย่างไรก็ตามเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนคือบนยาน Beresheet lander นั้น นอกจากจะมีแคปซูลกาลเวลาที่เก็บเอาข้อมูลประวัติศาสตร์ร่วม 30 ล้านหน้าเอาไว้แล้ว

อ้างอิงจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่าง Arch Mission Foundation ซึ่งมีเป้าหมายในการเก็บรักษาสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในโลกไว้เพื่ออนาคต ทำการฝาก “หมีน้ำ” (Tardigrades) ราวๆ 2,000-3,000 ตัวขึ้นไปพร้อมกับยาน Beresheet lander ด้วย

 

ภาพของน้องหมีน้ำ

 

และเมื่อล่าสุดนี้เอง เหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการออกมาคาดการความเป็นไปได้ กล่าวถึงหมีน้ำที่ถูกส่งไปบนดวงจันทร์ในวันนั้น บางส่วนยังอาจจะมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้

ความเป็นไปได้สุดแปลกชิ้นนี้ถูกคาดการออกมาจากความสามารถเอาตัวรอดที่สูงมากๆ ของหมีน้ำเอง ซึ่งแม้ว่าจะมีขนาดเล็กมาก (ราวๆ 1 มิลลิเมตร) แต่กลับมีความทนทานอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยพวกมันนั้น ไม่เพียงแต่จะทนทานต่อแรงดันสูงได้เท่านั้น แต่ยังมีชีวิตอยู่ได้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงสุดๆ หรือต่ำสุดๆ ได้ (ทนได้ทุกสภาพอากาศ)

 

 

หมีน้ำนั้นมีความทนทานมากถึงขนาดที่ว่า ในอดีตมนุษย์เคยคืนชีพให้พวกมันจากการถูกแช่แข็งนานถึง 30 ปีได้ แถมพวกมันยังเคยถูกส่งขึ้นไปบนอวกาศแบบไร้การป้องกัน แน่นอนว่าพวกมันก็รอดกลับมาได้

โดยคุณ Nova Spivack ผู้นำองค์กร Arch Mission Foundation บอกว่าหมีน้ำที่ถูกส่งขึ้นไปในครั้งนี้ ถูกทำให้อยู่ในสภาพที่แห้ง เพื่อที่จะทำให้พวกมันเข้าสู่ภาวะจำศีล และเป็นวิธีการที่ทำให้พวกมันเอาตัวรอดได้เป็นอย่างน้อยสิบปี

 

 

แน่นอนว่าระหว่างที่พวกมันจำศีลอยู่นั้น หมีน้ำจะไม่สามารถแพร่พันธุ์ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้เลย ถึงอย่างนั้นก็ตามพวกมันก็จะแทบไม่มีวันตายจากการขาดปัจจัยสำคัญเช่นกัน

ดังนั้นหากพวกมันรอดจากแรงกระแทกพุ่งชนดวงจันทร์ได้จริงๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันยังคงหลับใหลอยู่บนดวงจันทร์ต่อไป

 

 

และทันทีที่หมีน้ำบนดวงจันทร์ได้รับน้ำไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด (เช่นมนุษย์บินขึ้นไปนำมันกลับมา) พวกมันก็มีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย… อารมณ์คงคล้ายกับคนเพิ่งตื่นจากการนอนหลับเป็นตายนั่นแหละ

 

ที่มา mentalfloss, bbc, livescience

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์