ผลสำรวจพบ วัยรุ่นยุคนี้ “เหงา” และ “วิตกกังวล” มากขึ้น จากผลพวงของโรคโควิด-19


มันเป็นเรื่องที่มีนักวิจัยหลายๆ คนเริ่มออกมาเตือนกันแล้วว่าภาวะโรคโควิด-19 ระบาดในปัจจุบันนั้น อาจไม่ได้มีผลกระทบแค่เพียงทางสุขภาพร่างกายของเราเท่านั้น แต่มันยังอาจส่งผลกระทบในด้านจิตใจของผู้คนด้วย

ดังนั้น นี่จึงอาจจะเป็นข่าวที่ไม่ดีเท่าไหร่แต่ก็สำคัญและควรได้รับความใส่ใจจากหลายๆ ฝ่ายเลยก็ได้ เมื่อล่าสุดนี้เอง ได้มีงานรายงานชิ้นใหม่ชิ้นหนึ่ง ที่ออกมาบอกว่าในปัจจุบัน การระบาดของโควิด-19 กำลังทำให้วัยรุ่นต้องต่อสู้อย่างยากลำบากกับภาวะความวิตกกังวลและการต้องเรียนทางไกลอยู่

 

 

รายงานชิ้นใหม่นี้ ถูกจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจที่ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของ Common Sense Media และ SurveyMonkey ซึ่งเป็นบริษัทผลิตซอฟต์แวร์สำหรับเก็บข้อมูลการสำรวจออนไลน์

พวกเขานั้นได้จัดทำแบบสำรวจสภาพจิตใจของเด็กอายุตั้งแต่ 13-17 ปี 849 รายที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และพบว่ากว่า 95% ของเด็กเหล่านี้ในปัจจุบันไม่ได้ไปโรงเรียน

ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะในปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ แต่มันก็ทำให้พวกเขาต้องพบกับความวิตกกังวลอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะจากการไม่ได้พบเพื่อนหรือความกังวลว่าจะเรียนไม่ทัน

 

 

โดยจากในผลสำรวจที่ออกมา นักวิจัยได้พบว่า 8 ใน 10 ของเด็กเหล่านี้ หรือคิดเป็นราวๆ 80% นั้นมีการติดตามข่าวโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิดมาก ในขณะที่มากกว่า 60% มีความกังวลสูงว่าตัวเองหรือครอบครัวจะติดโรคนี้ และกลัวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อความสามารถในการใช้ชีวิตของครอบครัว

เท่านั้นยังไม่พอการมาของไวรัสตัวนี้ยังทำให้เด็กๆ กว่า 68% ขาดการติดต่อกับเพื่อนสนิท (ในกรณีนี้หมายถึงไม่ได้ไปพบกันด้วยตัวเอง) อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จริงอยู่ว่านี่เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามหลักการ “Social Distancing” แต่มันก็ทำให้กว่า 42% ของเด็กๆ บอกว่าตัวเอง “เหงามากกว่าปกติ” ในขณะที่อีก 43% บอกว่าเหงาไม่ต่างจากเดิมนัก และมีเพียง 15% ที่บอกว่าเหงาน้อยกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ระบบนี้น่าจะทำให้พวกเขามีเวลากับครอบครัวมากขึ้น

 

 

นี่นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองของครอบครัวเลยทีเดียว เพราะแม้ว่าความเหงาอาจจะเป็นหัวข้อความกังวลใจที่ดูจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไขหรือแก้ไขไม่ถูกจุด อาการที่เกิดขึ้นนี้ก็อาจลุกลามไปจนกลายเป็นอาการอย่างโรคซึมเศร้าเลยก็เป็นได้

 

ที่มา foxnews และ surveymonkey

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments