10 กระดูกและฟอสซิลในอดีต ที่จะตายทั้งที ก็ดันมาตายในตอนที่ไม่เท่สุดๆ เสียอย่างนั้น


สิ่งมีชีวิตบนโลกไม่สามารถดูดีได้ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนมากก็มักจะอยากถูกจดจำในด้านดีๆ ของตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปได้สำหรับทุกๆ คน

เพราะความตายไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ดังนั้นในบางครั้งความตายก็จะมาเยือนเราในเวลาที่เราดูแย่ที่สุดก็เป็นได้ เหมือนกับเหล่าโครงกระดูกและฟอสซิลในประวัติศาสตร์เหล่านี้

 

ฟอสซิลแมงมุมขายาว

นี่คือฟอสซิลของแมงมุมขายาวโบราณที่ว่ากันว่าเป็นบรรพบุรุษของแมงโหย่งที่ถูกค้นพบในประเทศพม่า อย่างไรก็ตามฟอสซิลชิ้นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ติ่งน้อยๆ (ที่มีความยาวครึ่งหนึ่งของขนาดลำตัว) ของเจ้าแมงมุมมากกว่า

เพราะไม่ใช่แค่เจ้าแมงมุมตายกลายเป็นฟอสซิลในระหว่างที่กำลังแข็งตัวเท่านั้น แต่เจ้าตัวน้อยของมันยังแข็งตัวอยู่แบบนั้นมานานกว่า 99 ล้านปีเลยทีเดียว

 

การต่อสู้ของไดโนเสาร์

นี่เป็นฟอสซิลที่ถูกพบในปี 1971 โดยเป็นการล่าเหยื่อของ Velociraptor ที่กำลังพยายามจะปลิดชีพ Protoceratops

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ Velociraptor จะใช้เล็บแทงคอ Protoceratops เหยื่อของมันกลับเอาคืนด้วยการหักแขนขวาของ Velociraptor เสียก่อนทำให้ผู้ล่าตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบกว่าที่คิด

ปัญหาคือก่อนที่ผลการต่อสู้จะออกมาทั้งคู่ก็ต้องตายไปเสียก่อนจากคลื่นทราย และกลายเป็นฟอสซิลอย่างที่เราเห็นไป ซึ่งไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ท่าทางของ Velociraptor มันไม่เหลือความน่าเกรงขามเลยสักนิด

 

แมลงวัน 2 ตัวติดในอำพันระหว่างผสมพันธุ์

นี่คือฟอสซิลของแมลงวันขายาว (Dolichopodidae) ซึ่งเป็นแมลงวันโบราณที่ถูกพบในประเทศออสเตรเลีย และเชื่อกันว่าเคยอาศัยอยู่บนโลกเมื่อราวๆ 41 ล้านปีก่อน

อย่างไรก็ตามไม่ว่าใครเห็นฟอสซิลนี้ก็คงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันมีจุดเด่นอยู่แมลงวันโบราณดังกล่าวกำลังผสมพันธุ์กันอยู่แน่ๆ แถมยังเรียกได้ว่าอึดทนทานเป็นล้านๆ ปีเลยด้วย

 

ฟอสซิลเห็บติดใยแมงมุม

คิดว่าวันนี้เป็นวันที่ไม่ดีเท่าไหร่หรือเปล่า มองมาดูเห็บตัวนี้กันดีกว่า เพราะนี่คือเห็บอายุ 99 ล้านปีที่โชคร้ายไปติดอยู่ในใยแมงมุม

และในขณะที่มันกำลังพยายามจะออกจากใยอยู่นี่เอง มันก็โดนยางไม้เขาซ้ำจนกลายเป็นอำพันสุดงามอย่างที่เห็น

 

ฟอสซิลน้องเต่าระหว่างการ “ทำกิจ”

นี่นับว่าเป็นหนึ่งในฟอสซิลที่มีความสำคัญมากๆ ในทางวิทยาศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะนี่คือหนึ่งในหลักฐานการผสมพันธุ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งมีอายุถึง 47 ล้านปีเลย

อย่างไรก็ตามสำหรับเจ้าเต่าทั้งสองตัวนี้แล้ว พวกมันคงจะรู้สึกว่าตัวเองซวยน่าดู เพราะเต่านั้นไม่ใช่สัตว์ที่จะหาคู่ผสมพันธุ์ได้ง่ายนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่พอเจอคู่ก็ดันต้องมาตายคากิจอีกต่างหาก

 

การปะทะกันของกวางมูซ

นี่เป็นการต่อสู้คล้ายๆ กรณีของไดโนเสาร์ด้านบน มันเป็นการพุ่งเข้าชนกันเพื่อต่อสู้ของกวางมูซหนุ่มสองตัวเพื่อแย่งอาณาเขต (ไม่ก็ตัวเมีย)

ปัญหาคือระหว่างที่สู้กันอยู่พวกมันก็โดนภัยธรรมชาติกลืนหายไปเสียก่อน ทิ้งไว้เพียงร่างที่แช่อยู่ในน้ำแข็งเท่านั้น

 

ฟอสซิล “รู” ของไดโนเสาร์

นี่คือฟอสซิลใหม่จากจีนซึ่งดูเผินๆ ก็อาจจะเป็นแต่ซากไดโนเสาร์ตายปกติ แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ซากไดโนเสาร์ดังกล่าวกลับมีความสมบูรณ์มากจนนักวิทยาศาสตร์เห็นรูทวารของไดโนเสาร์ได้เสียอย่างนั้น

และเจ้ารูทวารที่ว่านี้เองก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดว่าไดโนเสาร์อาจจะใช้รูเพียงรูเดียวในการปัสสาวะ อุจจาระ หรือแม้แต่สืบพันธุ์เลยด้วย!!

 

โครงกระดูกแห่งปอมเปอี

นี่เป็นโครงกระดูกของชายที่ว่ากันว่าโชคร้ายที่สุดในโลกที่ถูกค้นพบในเมืองปอมเปอี และกลายเป็นมีมบนโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ช่วงหนึ่ง

เขาถูกทับโดยบล็อกหินขนาดใหญ่ระหว่างวิ่งหนีจากการปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียส และเสียชีวิตลงในสภาพอย่างที่เห็น

 

ฟอสซิลแมงมุมกำลังกินกันเอง

นี่คือฟอสซิลในอำพันของแมลงมากมายหลายชนิดที่เชื่อกันว่าน่าจะเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงยุค Miocene ถึง Oligocene (ราวๆ 5-33 ล้านปีก่อน)

โดยฟอสซิลที่เห็นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่แมงมุมตัวเล็กที่กำลังถูกกินโดยแมงมุมตัวใหญ่กว่าอยู่  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พบได้บ่อยๆ ในกรณีที่แมงมุมตัวผู้ผสมพันธุ์กับตัวเมียเสร็จแล้วดันหนีตัวเมียไม่ทันนั่นเอง

 

และผู้เสียชีวิตในปอมเปอี

ถ้าภาพข้างบนเป็นชายที่โชคร้ายที่สุดในโลก ชายคนนี้ก็น่าจะเป็นคนที่น่าอับอายที่สุดในโลก

จริงอยู่ว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตในปอมเปอีและเฮอร์คิวเลเนียมจะมีหลายคนที่ตายไปในระหว่างทำเรื่องน่าอาย แต่ในบรรดาคนเหล่านั้นผู้ที่ถูกจดจำมากที่สุดก็คงไม่พ้นชายคนนี้

เพราะแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาทำอะไรอยู่ในตอนที่ตาย แต่เชื่อว่า 9 ใน 10 ของคนที่เห็นสภาพการตายแบบนี้ก็คงคิดได้แค่ว่าเขาตายไปในระหว่างช่วยตัวเองอยู่นั่นเอง

 

ที่มา iflscience

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments