กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวใหญ่โตของอินโดนีเซียเมื่อชาวบ้านได้ตามไล่จับจระเข้ยักษ์ขนาดตัวยาวกว่า 4 เมตรไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่มันทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวและเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อลางร้าย

จระเข้ยักษ์อายุกว่า 50 ปีถูกชาวบ้านตามล่าตัว เนื่องจากที่ผ่านมามีรายงานว่ามันเคยทำร้ายชาวบ้านแถวๆ นั้นหลายครั้งแล้ว

 

 

ในที่สุดมันก็ติดกับดักตาข่ายพร้อมกับใบมีดแหลมคมติดอยู่ในบริเวณแม่น้ำ Kayubesi ในหมู่เกาะบังกาเบลีตุง เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2020

ชาวบ้านยืนยันว่าจะทำการฝังร่างและหัวของมันแยกจากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มันกลับมาหลอกหลอนชาวบ้านแถวนั้นอีกตามความเชื่อว่ามันจะกลายเป็นวิญญาณร้าย

 

 

โดยหลังจากที่มันติดกับดักเป็นเวลา 2 วันแล้ว เจ้าจระเข้ยักษ์ก็ตายลงด้วยอาการเหนื่อยอ่อนหมดแรง และด้วยขนาดตัวของมันที่ใหญ่และหนักกว่า 500 กิโลกรัมจำเป็นจะต้องขนย้ายด้วยรถเกลี่ยดินไปสู่สถานที่ฝัง

ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือชาวบ้านปฏิเสธที่จะส่งร่างจระเข้ยักษ์ให้กับกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น เนื่องจากพวกเขามีความเชื่อว่าหากทำเช่นนั้นทั้งหมู่บ้านจะต้องคำสาป

 

 

แม้ว่าทางหน่วยงานอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องจะพยายามขอเจรจากับผู้ใหญ่บ้าน ในการอาสาช่วยขนย้ายจระเข้ไปยังที่ที่ปลอดภัยกว่าแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะพวกเขามีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและความเชื่อต่างๆ เข้ามา

“มันมีความเชื่อที่ว่าจระเข้ตัวนี้ห้ามนำออกไปจากหมู่บ้านเพราะมันคือปีศาจ พวกเขาทำตามความเชื่อท้องถิ่นและขัดขวางการย้ายมันออกจากพื้นที่”

 

 

Septian Garo หัวหน้าหน่วยงานอนุรักษ์ท้องถิ่น Bangka Belitung Natural ระบุว่าตามธรรมเนียมของชาวบ้านที่นี่ หากทำการเคลื่อนย้ายจระเข้ออกไปนอกพื้นที่จะทำให้หมู่บ้านมีอันเป็นไป

อย่างไรก็ดีครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุกรณีเช่นนี้ เพราะมันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2016 เมื่อชาวบ้านปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอนุรักษ์ในการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายจระเข้ออกจากหมู่บ้าน

 

 

ก่อนที่จะนำร่างของจระยักษ์ตัวนี้ไปฝัง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการตรวจสอบร่างของมันและพบว่าน่าจะมีอายุราวๆ 50 ปี และไม่มีฟันแล้ว

หลังจากนั้นชาวบ้านก็นำร่างของมันขนย้ายไปจากพื้นที่ริมแม่น้ำสู่ลานกว้างที่จะนำไปฝัง ทำการหั่นหัวออกจากตัวของมันเพื่อไม่ให้ปีศาจร้ายกลับมามีชีวิตตามหลอกหลอนพวกเขาอีก

ชาวบ้านเชื่อว่าจำเป็นจะต้องฝังหัวกับตัวจระเข้แยกจากกัน และก่อนจะตัดหัวมันออกก็จะมีการทำพิธีร่ายคาถาต่างๆ ก่อนจะนำไปฝังลงดินในที่สุด

 

ที่มา: thejakartapost, dailymail, ladbible

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์