ในช่วงเวลาที่เหตุระเบิดที่เลบานอนเพิ่งจะเกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ แถม เหตุระเบิดที่ฮิโรชิมาก็เพิ่งจะครบรอบ 75 ปีไปเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคนจะเกิดคำถามขึ้นมาว่าระเบิดที่รุนแรงที่สุดที่มนุษย์ทำขึ้นมันเป็นแบบไหน?

ดังนั้นในวันนี้เราจะไปหาคำตอบที่พร้อมๆ กัน

 

อาวุธที่อาจเปลี่ยนโลกทั้งใบ

ระเบิดที่ได้ชื่อว่ามีความรุนแรงที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างและมีการทดลองใช้งานมานั้น มีชื่อว่า “ซาร์บอมบา”

มันเป็นอาวุธนิวเคลียร์แบบระเบิดไฮโดรเจน ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงสงครามเย็นโดยสหภาพโซเวียต และมีชื่ออย่างเป็นทางการจริงๆ ว่า Soviet RDS-220

ระเบิดตัวนี้ถูกออกแบบโดยทีมนักฟิสิกส์ที่นำทีมโดย Yuli Khariton ภายใต้โครงการระเบิดปรมาณูของสหภาพโซเวียต ที่เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกจากคำสั่งของ Joseph Stalin

 

ภาพเปรียบเทียบความรุนแรงของอาวุธนิวเคลียร์ที่มีชื่อเสียง

 

การทำงานของซาร์บอมบา

ซาร์บอมบามีกลไกการทำงานโดยอาศัยอะตอมไฮโดรเจน จุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน เพื่อทำให้เกิดพลังงานฟิวชั่นซึ่งมีความร้อนสูง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปฏิกิริยาแบบเดียวกับที่เกิดในแกนกลางดวงอาทิตย์เลย

แรกเริ่มเดิมทีมันถูกออกแบบมาให้มีความรุนแรงเท่ากับ TNT ปริมาณ 100 เมกะตัน แม้ภายหลังจะลดลงมาเหลือราวๆ 50 เมกะตัน เพื่อให้ระเบิดสามารถบรรทุกด้วยเครื่องบินได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามระเบิดที่ออกมาก็ยังคงมีน้ำหนักถึง 27 ตันอยู่ดี

 

ซาร์บอมบาจำลองที่ถูกเก็บไว้ในเมืองสารอฟ

 

 

วันที่จุดชนวน

นับว่าเป็นโชคดีของโลกที่ซาร์บอมบาไม่ได้ถูกนำไปโจมตีใครแต่อย่างไร

กลับกันมันได้ถูกนำไปทดลอง ในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1961 โดยอาศัยเครื่องบินขนย้ายระเบิดขนาดใหญ่ และมีเป้าหมายอยู่ที่ “Novaya Zemlya” เกาะทางเหนือของสแกนดิเนเวีย

ซาร์บอมบานั้นถูกติดร่มชูชีพก่อนที่จะปล่อยจากเครื่องบิน เพื่อให้นักบินสามารถหนีจากแรงระเบิดได้ ก่อนที่ตัวระเบิดจะจุดชนวนที่ความสูง 4 กิโลเมตรอีกที

แต่แม้จะทำขนาดนั้น ว่ากันว่าโอกาสรอดของเครื่องบินปล่อยระเบิดยังมีสูงสุดแค่ 50% เท่านั้น นับว่าโชคดีมากที่เขารอดมาได้

 

 

ผลการทดลอง

ด้วยความรุนแรงที่มากกว่าลิตเติลบอยรวมกับแฟตแมนราวๆ 1,400 เท่า แรงระเบิดของซาร์บอมบาทำให้เกิดลูกไฟวงกว้างกว่า 8 กิโลเมตร ส่งแรงสะเทือนไปไกลกว่า 160 กิโลเมตร ทิ้งไว้ซึ่งควันรูปเห็ดสูงถึง 64 กิโลเมตร

ที่สำคัญการระเบิดในเวลานั้นยังได้ส่งแรงอัดมหาศาลสู่ห้วงอวกาศ ทำให้การสื่อสารเป็นอัมพาตไป 1 ชั่วโมงด้วย

หลังจากการทดลองจบลงพื้นที่รวม 55 กิโลเมตรจากศูนย์กลางแรงระเบิดก็แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่อีก ในขณะที่ แม้ในพื้นที่จะมีกัมมันตรังสีตกค้างอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ

 

เมฆรูปเห็ดของซาร์บอมบา ที่เห็นได้จากระยะทาง 161 กิโลเมตร

 

ในวันนั้นโลกทั้งใบได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของระเบิดไฮโดรเจนอย่างเป็นทางการ และทำให้ความน่าหวาดกลัวของสงครามเย็น พุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น

นั่นเพราะในเวลานั้นทุกคนทราบกันดีแล้วว่าหากระบิดแบบซาร์บอมบาถูกนำมาใช้ในสงครามอย่างแพร่หลายจริงๆ โลกของเราจะไม่เหลืออนาคตอีกต่อไปอย่างแน่นอน

 

ที่มา atomicheritage, britannica และ ctbto

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์