เจ้าหน้าที่พบโครงกระดูกนับพันในวาติกัน หลังการรื้อคดีเด็กสาวที่หายตัวไปในปี 1983


เชื่อว่าคงมีเพื่อนๆ หลายคนเคยได้ยินเรื่องราวของ “Emanuela Orlandi” เด็กสาวที่หายตัวไปจากวาติกันมาก่อน โดยเธอเป็นเด็กสาววัย 15 ปีที่หายตัวไปจากบ้านในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1983 และกลายเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนครรัฐศักดิ์สิทธิ์ไป

(อ่านเรื่องราวของเด็กสาวคนนี้ได้ที่: ย้อนรอย “Emanuela Orlandi” เด็กสาวที่หายตัวไปจากวาติกัน ปริศนาแห่งนครรัฐศักดิ์สิทธิ์)

 

 

ตั้งแต่ในวันที่เธอหายไปจนถึงปัจจุบัน ทางรัฐบาลวาติกันก็ได้พยายามเป็นอย่างมาก ที่จะตามหาเด็กสาวคนนี้ให้พบแม้ว่าจะเป็นเพียงโครงกระดูกของเธอก็ตาม ทำให้แม้คดีนี้จะเป็นคดีที่เก่าแก่กว่า 30 ปีแล้ว แต่มันก็ยังคงเป็นคดีที่มีเบาะแสใหม่ๆ โผล่ออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

และแล้วเมื่อล่าสุดนี้เอง หลังจากที่ทางวาติกันกลับมาตรวจสอบคดีนี้อีกครั้ง ทีมค้นหาก็ได้พบกับหลักฐานใหม่ล่าสุดที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเด็กสาวคนนี้เข้าให้แล้ว

 

 

โดยนี่เป็นการค้นพบที่เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2019 ไม่นานหลังจากที่เจ้าหน้าที่พบกับหลักฐานความเป็นไปได้ที่ว่า หนึ่งในสุสานที่ในอดีตเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังร่างของ Emanuela Orlandi อาจเคยมีการถูกขนย้ายโครงกระดูกที่อยู่ภายในมาก่อน

เมื่อตรวจสอบบันทึกของสุสาน ทางเจ้าหน้าที่ก็พบว่า วิทยาลัยสังฆราช “Pontifical Teutonic College” ที่อยู่ใกล้ๆ กับสุสานนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเก็บเอากระดูกที่หายไปจากสุสานเอาไว้ ดังนั้นพวกเขาจึงได้เข้าทำการสำรวจวิทยาลัยดังกล่าวโดยละเอียดทันที

 

 

ที่นั่นพวกเขาได้พบกับที่เก็บกระดูกใกล้ๆ กับอาคารเรียน ซึ่งเก็บกระดูกจำนวนมากและในบรรดากระดูกเหล่านั้น ก็มีหลายร่างมากที่ไม่ทราบว่าเคยเป็นของใครมาก่อน

แน่นอนว่าสำหรับครอบครัวของเด็กสาวที่หายตัวไปแล้ว การค้นพบในครั้งนี้นับว่าเป็นความเป็นไปได้ครั้งใหญ่ที่พวกเขาจะพบโครงกระดูกของ Emanuela เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามด้วยความที่กระดูกที่พบมีจำนวนมากจนอาจจะเป็นหลักพัน ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงไม่สามารถบอกได้เลยว่าการตรวจสอบในครั้งนี้จะจบลงเมื่อไหร่

 

 

นั่นเพราะแม้ว่าพวกเขาจะสามารถบอกอายุของกระดูกที่พบได้ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง แต่การตรวจ DNA ของกระดูกแต่ละร่างนั้นก็อาจจะกินเวลาเป็นปีๆ

ดังนั้นกว่าที่เราจะฟันธงได้ว่าในบรรดาโครงกระดูกที่พบนี้มีร่างของ Emanuela อยู่หรือไม่นั้นเราก็คงต้องรอผลการตรวจสอบกันไปอีกนานแสนนานเลย

 

ที่มา abcnews, bbc, abc และ cbsnews

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments