จากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดปัญหากักตุนทั้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดในไทยเท่านั้น แต่หลายๆ ประเทศก็ต้องเผชิญปัญหาเช่นกัน

ประเทศเดนมาร์กก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากคนบางส่วนจะกักตุนอาหาร หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ เจลล้างมือ เพื่อใช้เองแล้ว บางครั้งพวกเขายังนำไปขายต่ออีก

เมื่อต้องเผชิญกับความเหนื่อยใจจากปัญหาดังกล่าว เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ต “Rotunden” ในเดนมาร์ก เลยผุดไอเดียที่จะทำให้คนซื้อปลีกไปเพื่อความจำเป็นเท่านั้น

 

ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่ง รายงานว่าซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ ตั้งราคาขายเจลล้างมือใหม่ซะเลย

1 ขวด ขายราคาประมาณ 150-160 บาท

แต่ถ้าซื้อ 2 ขวด (หรือมากกว่านั้น) จะปรับราคาเป็นขวดละประมาณ 4,000 บาทในทันที

 

ภาพชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้

 

และปรากฏว่า แนวคิดดังกล่าวทำให้คนซื้อปลีกไปเท่านั้น ไม่มีใครกล้าซื้อมากกว่า 2 ขวดเลย ซึ่งร้านก็ให้เหตุผลว่าที่ทำไป เพราะไม่อยากให้มีการกักตุน และอยากจะกระจายของไปให้คนที่จำเป็นมากที่สุด

เมื่อเรื่องราวดังกล่าวโด่งดัง มีทั้งเสียงชื่นชมมากมาย แต่ก็มีเสียงติติงมาถึงความเหมาะสมเช่นกัน

 

เริ่มจากคนนี้ บอกว่าเป็นไอเดียที่แจ่มแมวมาก แทนที่จะขายแบบแพ็คให้ถูกลง ก็ขายให้แพงขึ้นแทน

เขาเสริมว่าร้านค้าหลายๆ แห่งควรนำไอเดียนี้ไปใช้ เพื่อป้องกันการแห่ซื้อจนมากเกินไป

 

เช่นเดียวกับคนนี้ มองว่าควรปรับมาใช้กับในสหราชอาณาจักรด้วย

 

บางคนก็ชื่นชม และบอกว่าการปรับแนวคิดการตลาดแบบนี้ เป็นเรื่องที่ฉลาดมาก

 

อย่างไรก็ตาม เสียงติติงที่พูดถึงความไม่เหมาะสมนั้น มองว่าน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ เช่น การกำหนดปริมาณไปเลยว่า 1 บัตรประชาชน สามารถซื้อได้ 1 ขวด

หรือบางคนมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์ของคนสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นต้องใช้เจลล้างมือเป็นประจำ และซื้อเยอะจนเป็นปกติหรือไม่

ขณะที่คนฝรั่งเศสหนึ่งก็ชื่นชมว่าไอเดียเจ๋ง แต่มองว่าอาจจะผิดกฎหมายควบคุมราคาได้ หากมาทำแบบนี้ในฝรั่งเศส

คุณเองล่ะครับ คิดว่าอย่างไรกันบ้าง!?

 

 

เรียบเรียง #ประธานเหมียว

ที่มา: twitter และ boredpanda

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...