กลายเป็นอีกหนึ่งในข่าวใหญ่ที่อาจจะสร้างความไม่สบายใจให้กับหลายๆ ฝ่ายไปเสียแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานการค้นพบร่องรอยของ “ยูเรเนียม” ในโรงเก็บที่กรุงเตหะรานเมืองหลวงของประเทศอิหร่าน

 

ภาพของโรงงานแปรรูปยูเรเนียม ที่ใช้ผลิตแก๊สเฮกซะฟลูออไรด์ของอิหร่านเมื่อปี 2005

 

โดยข่าวการค้นพบในครั้งนี้ถูกเปิดเผยออกมาเป็นครั้งแรกโดยเจ้าหน้าที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือ IAEA ที่มีหน้าที่ส่งเสริมการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ และห้ามการใช้นิวเคลียร์ในทางการทหาร ที่ประจำการในอิหร่าน

อ้างอิงจากข้อมูลของสำนักข่าว Reuters ทางเจ้าหน้าที่ IAEA  ทราบข่าวร่องรอยของวัตถุกัมมันตรังสีในประเทศอิหร่านมาเป็นเวลานานแล้ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ซึ่งรับหน้าที่ตรวจสอบวัตถุกัมมันตรังสีดังกล่าว กลับเพิ่งจะสามารถยืนยันได้ว่าวัตถุกัมมันตรังสีดังกล่าวเป็นยูเรเนียม หนึ่งในสองวัตถุกัมมันตรังสีที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้เมื่อไม่นานมานี้เท่านั้น

 

ภาพถ่ายของแร่ยูเรเนียม

 

ในปัจจุบันทางรัฐบาลของประเทศอิหร่านยังไม่ได้มีการออกมาอธิบาย หรือปฏิเสธการค้นพบในครั้งนี้แต่อย่างไร และทางเจ้าหน้าที่ของ IAEA เองก็ออกมาบอกว่าพวกเขาเองก็ยังไม่ได้ฟันธงเช่นกันว่ายูเรเนียมที่พบเป็นสิ่งที่ถูกเก็บไว้เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์

นั่นเพราะพวกเขาพบว่ายูเรเนียมที่พบนั้นไม่ได้มีการเสริมสมรรถนะสูง (Highly enriched) ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้บริสุทธิ์มากพอที่จะนำไปใช้ทำอาวุธนิวเคลียร์ได้ แถมยูเรเนียมส่วนใหญ่ยังมีอายุค่อนข้างมาก และถูกนำมาเก็บไว้ก่อนข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 อีกด้วย

 

ภาพของยูเรเนียมที่ถูกเสริมสมรรถนะ

 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม มันก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศอิหร่านมีการเก็บยูเรเนียมไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งสำหรับประเทศที่มีความตึงเครียดกับอิหร่านค่อนข้างสูงอย่างสหรัฐอเมริกาแล้วนี่นับว่าเป็นข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ตรวจสอบของ IAEA มีการรอเวลาเกือบๆ 1 เดือนก่อนที่จะส่งรายงาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับความล่าช้าในจุดนี้ นักการทูตอาวุโสของ IAEA ได้ออกมาอธิบายว่า “นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ที่อิหร่านเท่านั้น เพราะตามปกติ การล่าช้าจะเกิดขึ้นในหลายๆ เหตุการณ์อยู่แล้ว ซึ่งแล้วแต่สถานการณ์การส่งรายงานอาจใช้เวลาได้ตั้งแต่ 2-6 เดือน” 

 

สำนักงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

 

อ้างอิงจากสำนักข่าว New York Times ในปัจจุบันยูเรเนียมในอิหร่าน ได้มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมขึ้นไปอยู่ที่ความบริสุทธิ์ 4.5% ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดระหว่างประเทศเล็กน้อย

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ข้อมูลในจุดนี้เองก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตอิหร่านจะเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จนความบริสุทธิ์เกิน 20% ซึ่งทำให้ยูเรเนียมกลายเป็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง และใช้ในอาวุธนิวเคลียร์ได้แต่อย่างใด

 

ที่มา gizmodo, reuters และ nytimes

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์