ตามหลักทั่วไปในโลกปัจจุบันแล้วสิ่งของต่างๆ จะมีมูลค่าอัตราแลกเปลี่ยนด้วยเงินตามประโยชน์ของมันเอง ไม่เหมือนกับโลกในยุคอดีตที่จะใช้หลักการแลกเปลี่ยนสิ่งของที่เท่าเทียมกัน

ทว่าด้วยแนวความคิดอย่างการแลกเปลี่ยนสิ่งของหนึ่งอย่างให้กลายเป็นของที่มีมูลค่ามากกว่าจะเป็นไปได้รึเปล่า? นั่นก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ต้องการคำตอบจากบล็อกเกอร์สาว Demi Skipper วัย 29 ปี จากเมืองซานฟรานซิสโก

 

จุดเริ่มต้นจากกิ๊บดำสุดแสนธรรมดา

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2005 หนุ่มชาวแคนาดา Kyle MacDonald ได้เริ่มโปรเจกต์แลกของจากคลิปหนีบกระดาษสีแดง ให้กลายเป็นบ้านฟาร์มขนาด 2 ชั้นได้จากการแลกเปลี่ยน 14 ครั้ง

ตามแนวคิดเดียวกันจากคลิปหนีบกระดาษเป็นกิ๊บดำ Demi ต้องทำการแลกเปลี่ยนทีละครั้งเพื่อไปจบตามเป้าหมายที่บ้าน 1 หลัง ฟังดูแล้วเหมือนจะบ้าเกินจริงแต่เธอก็เริ่มแลกของที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ และขยับเข้าเป้าไปเรื่อยๆ

 

แลกได้เป็นต่างหูมูลค่า 10 ดอลลาร์

 

จากการที่เธอเริ่มโปรเจกต์ Trade Me บนแอป TikTok ก็กลายมาเป็นสิ่งที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจมากๆ ในช่วงโรคระบาดเช่นนี้ด้วย มาดูกันว่าเธอแลกอะไรมาได้แล้วบ้าง…

 

จากต่างหู 10 ดอลลาร์แลกเป็นแก้วค็อกเทล 4 ใบ 24 ดอลลาร์

 

ชิ้นที่ 3 เครื่องดูดฝุ่น 60 ดอลลาร์

 

จากเครื่องดูดฝุ่นกลายเป็นสโนว์บอร์ด 95 ดอลลาร์

 

สโนว์บอร์ดกลายร่างเป็น Apple TV 4K มูลค่า 180 ดอลลาร์

 

หูฟัง BOSE ตัดเสียงรบกวนมูลค่า 220 ดอลลาร์

 

จากหูฟังสามารถแลกเครื่องเกม Xbox One ครบชุด ทั้งเครื่อง ทั้งตัว Kinect จอย 2 ตัว เกมอีก 2 เกม มูลค่า 320 ดอลลาร์

 

ยกเครื่องเกม Xbox One ครบชุดแลกเป็น MacBook Pro 2011 มูลค่า 400 ดอลลาร์

 

MacBook Pro 2011 สามารถแลกกล้อง Canon มาได้ขยับมูลค่าเป็น 550 ดอลลาร์

 

ตามมาด้วยการแลกกล้องเป็นรองเท้า Off White Nike Blazers มูลค่า 750 ดอลลาร์

 

ขยับขึ้นไปอีกก็ได้ Off White Nike Hyperdunks

 

ยังวนเวียนอยู่กับรองเท้ากลายมาเป็นรุ่น Jordan 1 Reverse Shattered Backboards

 

พ้นจากรองเท้าก็กลายสภาพมาเป็น iPhone 11 Pro Max

 

คราวนี้แลกของใหญ่มาได้เป็นรถยนต์ Dodge Caravan ปี 2008

 

แลกรถยนต์มาเป็นสเก็ตบอร์ด Boosted Board V3 Plus

 

และล่าสุดการแลกของครั้งที่ 16 ได้มาเป็น MacBook Pro 2017

 

โปรเจกต์แลกของยังไม่จบลงเท่านี้ มารอดูกันว่าเธอจะแลกของไปจนได้บ้านทั้งหลังรึเปล่า ตามลุ้นกันได้ทั้งไอจี และ TikTok @trademeproject กันจ้า

 

ที่มา: @trademeproject

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์