นักวิจัยเจ๋งทดลอง “ยาคุมชาย” ตัวใหม่สำเร็จในสัตว์ ปลอดภัย ไร้ฮอร์โมน จากสมุนไพรจีน

เมื่อเราพูดถึงเรื่องราวของยาคุมกำเนิด เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะติดภาพลักษณ์ว่านี่เป็นยาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะเป็นแน่ นั่นเพราะแม้ยาชนิดนี้จะมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ในปีช่วง 1950 ก็ตาม

แต่ยาคุมกำเนิดชายที่เชื่อถือได้ กลับยังไม่มีปรากฏออกมาวางขายในท้องตลาดแบบแพร่หลายเสียที (โดยที่ผ่านๆ มายาคุมกำเนิดชายที่ดูจะมีโอกาสได้ใช้จริงที่สุดคือ Dimethandrolone Undecanoate หรือ DMAU)

 

 

อย่างไรก็ตามเมื่อล่าสุดนี้เอง เรากลับมีข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดชายปรากฏออกมาให้เห็นกันอีกครั้งแล้ว เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2021 ที่ผ่านมา

ภายในวารสาร Nature Communications เหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ได้ออกมารายงานถึงยาคุมกำเนิดชายตัวใหม่อีกตัว ซึ่งในปัจจุบันได้ผ่านการทดลองในสัตว์แล้วว่า สามารถให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังปลอดภัยสุดๆ เลยด้วย

 

 

เจ้ายาตัวใหม่นี้ เป็นผลงานการทดลองร่วมระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา โดยมันถูกระบุว่าจะทำจากสารที่มีชื่อว่า “Triptonide” สารที่มักพบในสมุนไพรจีนอย่างเถาพระเจ้าฟ้าร้อง (Tripterygium wilfordii Hook F)

ตามปกติเจ้าสมุนไพรชนิดนี้จะมีสรรพคุณบรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์กลับเริ่มให้ความสนใจสมุนไพรนี้มากขึ้นจากความสามารถในการลดการผลิตสเปิร์ม

 

 

ปัญหาคือในอดีตการสกัดสาร Triptonide ออกมาจากเถาพระเจ้าฟ้าร้องนั้น ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ซึ่งทำให้ยาที่ออกมาในอดีตมีพิษไม่สามารถนำไปใช้ได้

จนกระทั่งในการทดลองครั้งล่าสุดนี้เองที่นักวิทยาศาสตร์สามารถสกัดยาด้วยความบริสุทธิ์สูง สามารถนำไปทดลองใช้กับหนูทดลองและลิงอีก 12 ตัว ได้ผลลดประมาณอสุจิแบบ 100% ได้นานถึง 4-6 สัปดาห์

ก่อนที่การผลิตอสุจิจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลังจากหยุดใช้ยา 4-6 สัปดาห์ซึ่งเป็นหลักฐานว่าผลของยาไม่ได้อยู่แบบถาวร และที่สำคัญตัวยาที่ว่าก็ไม่มีพิษใดๆ ตกค้างในอวัยวะสัตว์ด้วย

 

 

นี่นับว่าเป็นอีกผลการทดลองที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวเพราะมันอาจหมายความว่าในอนาคตเราอาจจะสามารถผลิตยายาคุมกำเนิดของผู้ชายที่ย้อนผลกลับได้ ไม่มีพิษ และที่สำคัญได้ใช้ฮอร์โมน (แบบยา DMAU) เลย

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็คงต้องระบุไว้ในที่นี้ด้วยว่าการทดลองในสัตว์นั้น อาจมีผลแตกต่างไปจากการทดลองในคนได้

ดังนั้นก่อนที่เราจะสามารถนำสารตัวนี้ไปใช้งานได้จริงๆ นักวิทยาศาสตร์จึงยังจำเป็นที่จะต้องทำการทดลองสารดังกล่าวในมนุษย์ก่อนนั่นเอง

 

ที่มา iflscience และ nature

Advertisement

ส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

0 ปลาทู

ใส่ความเห็น