คงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพบเจอกับตัวเองในปัญหาของความรักความสัมพันธ์ จนกระทั่งขยับสถานะหมั้นหมายเพื่อจะสร้างครอบครัว แต่ในเมื่อความต้องการนั้นกลับสวนทางกัน

 

 

เรื่องราวของแพทย์สาววัย 31 ปี จากเขตฉงชิ่ง ประเทศจีน ผู้เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของครอบครัว หลังจากที่เรียนจบแล้วเธอก็ได้พบกับว่าที่สามีและตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปเพียง 5 เดือนทั้งสองตกลงปลงใจแต่งงานกัน และความสัมพันธ์ในครั้งนี้ก็เริ่มจมดิ่งลงเหวลึกขึ้นเรื่อยๆ

ตลอดที่ระยะเวลาที่คบกันต่างก็แสดงความรักซึ่งกันและกัน แต่ไม่นานนักหลังจากนั้นฝ่ายชายก็ขอนอนแยกเตียงกับเธอ นั่นเป็นเบาะแสชิ้นแรกที่ภรรยาได้มา ทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าตัวเธอเองยังดีไม่พอหรือพลาดอะไรตรงไหนไป

 

 

เธอเริ่มถามชาวเน็ตเพื่อขอปรึกษาและหาแนวทางปรับปรุงตัว แต่ทว่าชาวเน็ตชี้ไปในประเด็นของเพศสภาพของสามีซึ่งเกรงว่าเขาจะเป็นเกย์

ด้วยประเด็นนี้เธอจึงนำไปถามสามีว่าตกลงแล้วเขาเป็นอะไร ถามซ้ำและย้ำอีกทีจนได้คำตอบออกจากปากสามีว่าเขาเป็นไบเซ็กชวล (รักร่วมสองเพศ) เขาหลั่งน้ำตาออกมาพร้อมกับบอกว่าที่เขาแต่งงานด้วยเป็นเพราะว่าเขารักเธอมากและอยากขอโทษที่ทำแบบนี้

 

เธอไม่โกรธเขาเลยพร้อมกับให้อภัยด้วยซ้ำ เป็นเพราะว่าเขารู้สึกเศร้ามากๆ หลังจากที่บอกความจริงกับเธอไปแล้ว

อย่างไรก็ดี เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะเกินเลยขนาดนี้ เพราะหลังจากที่ได้เห็นข้อความจากชายอื่นในโทรศัพท์ของสามี เธอเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งและเขาก็ยอมรับว่าความจริงแล้วเขาเป็นเกย์

 

 

ร่างกายที่อ่อนแอกับหัวใจแตกสลายสั่งให้เธอขอหย่ากับเขาทันทีในวันนั้น แต่ยังไม่ผ่านพ้นข้ามคืนไปเธอก็ตัดสินใจกระโดดลงมากจากตึกเพื่อจบสิ้นทุกอย่าง

ฝั่งพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเชื่อว่าการตายของลูกสาวนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับลูกเขยอย่างแน่นอน เนื่องจากลูกสาวเคยโทรมาเล่าให้ฟังว่าสามีชอบผู้ชอบ ไม่ได้ชอบผู้หญิง

พวกเขาจึงตัดสินใจฟ้องลูกเขยตัวเองเพื่อให้รับผิดชอบต่อชีวิตของลูกสาวที่ต้องสูญเสียไป

 

 

ทางด้านทนายความระบุว่าแพทย์หญิงรายนี้เป็นลูกคนเดียว มีอายุ 31 ปีในช่วงที่เกิดเหตุ และเพิ่งจะแต่งงานได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น

ฝ่ายสามีพยายามปิดบังความจริงที่ว่าเป็นเกย์ หลอกภรรยาเพื่อแต่งงานก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย จนนำไปสู่การสูญเสีย

ทนายของครอบครัวฝ่ายหญิงจึงเรียกร้องค่าเสียหาย ให้ศาลสั่งปรับฝ่ายชายเป็นเงิน 2,750,000 บาทชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทางศาลปฏิเสธและยกฟ้องในเวลาต่อมา

 

ที่มา: orientaldaily, sohu, worldofbuzz

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์