การใช้ชีวิตในเรือดำน้ำช่วงสงครามโลกนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง เพราะลูกเรือไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าเรือที่ตัวเองอยู่ จะถูกโจมตีเมื่อไหร่

จริงอยู่ว่าการที่เรือดำน้ำจะถูกทำลายอาจจะมีเหตุผลหลากหลาย แต่คงไม่มีใครคิดหรอกว่า “ห้องน้ำ” จะกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เรือจมได้ ว่าแต่เชื่อไหมล่ะว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มันมีเรือดำน้ำที่จมเพราะห้องน้ำจริงๆ

 

 

เดิมทีแล้วการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่ท้องทะเลในเรือดำน้ำของเยอรมนีจะทำได้เพียงในน้ำตื้นเท่านั้น ปัญหาคือเมื่อสงครามดำเนินไปนานเข้า การที่เรือดำน้ำลอยลำอยู่เหนือน้ำก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากขึ้นไปด้วย

นั่นทำให้ในปี 1945 เยอรมนีได้ คิดค้นระบบห้องน้ำแรงดันสูงขึ้น เพื่อให้เรือดำน้ำสามารถทิ้งสิ่งปฏิกูลได้ แม้ไม่มีการลอยลำขึ้นมาเหนือน้ำก็ตาม

ระบบที่ว่านี้ทำงานโดยใช้ระบบแรงดัน และแอร์ล็อกในการปล่อยของเสียออกไปจากเรือดำน้ำ ทำให้มีการใช้งานค่อนข้างซับซ้อนจนต้องมีการฝึกลูกเรื่อเพื่อให้ใช้งานระบบที่ว่าอย่างถูกต้อง

 

 

โดยเรือ U-1206 ที่ถูกส่งไปปฏิบัติการในทะเลเหนือเมื่อเดือนเมษายนปี 1945 ก็เป็นหนึ่งในเรือดำน้ำรุ่นใหม่ซึ่งใช้ระบบปล่อยสิ่งปฏิกูลที่ว่านั่นเอง

ปัญหาคือหลังจากที่ออกเรือไปได้ไม่นาน กัปตันของเรือนาย Karl-Adolf Schlitt ก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้ห้องน้ำของเรือดูสักครั้ง แต่เขานั้นเขาไม่ได้เรียนวิธีใช้ห้องน้ำความดันสูงนี้มาก่อนเลย

นั่นทำให้เขาไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้อย่างที่ควรจะเป็น และสุดท้ายก็จำเป็นต้องเรียกวิศวกรมาช่วยในที่สุด

 

 

แต่แทนที่เรื่องราวจะจบลงตรงนั้น พวกเขากลับสื่อสารกันไม่ดีจนวิศวกรเปิดวาล์วผิด ทำให้มีน้ำทะเลและสิ่งสกปรกทะลักเข้ามาในห้องน้ำ ก่อนที่จะน้ำเหล่านั้นจะเริ่มไหลเข้าไปในตัวเรือ

เนื่องจากในเรือดำน้ำมีสารเคมีมากมายที่จะกลายเป็นก๊าซคลอรีนเมื่อโดนน้ำ Schlitt จึงจำเป็นต้องสั่งให้เรือลอยลำเป็นการด่วนเพื่อกำจัดก๊าซคลอรีนที่เป็นพิษออกไป

 

 

และก็เป็นโชคร้ายของพวกเขาที่การลอยลำในครั้งนี้ทำให้เครื่องบินของอังกฤษเห็นเข้าพอดี เรือดำน้ำ U-1206 จึงถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก จนสุดท้าย Schlitt และลูกเรือที่เหลือจึงต้องสละเรืออย่างช่วยไม่ได้ไป

Schlitt และลูกเรือจำนวนหนึ่งก็สามารถรอดชีวิตไปจนจบสงคราม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไป ส่วนเรือดำน้ำ U-1206 นั้นก็ยังคงจมอยู่ที่ไหนสักแห่งในทะเลเหนือ พร้อมๆ กับห้องน้ำเจ้าปัญหา แม้แต่ในปัจจุบัน

 

ที่มา allthatsinterestingwarisboring

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์