นับตั้งแต่ในอดีตมานักบรรพชีวินมีความเชื่อสำคัญอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือสัตว์ในตระกูลไดโนเสาร์จะมีใบหน้าที่สมมาตรเสมอ อ้างอิงจากฟอสซิลโบราณที่เราเคยพบมา

แต่แล้วความเชื่อเรื่องใบหน้าของไดโนเสาร์ ก็ต้องถูกสั่นคลอนเข้าจนได้

 

 

นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง ทีมนักสำรวจ ได้ทำการค้นพบฟอสซิลหัวกะโหลกชิ้นใหม่ของไดโนเสาร์สไตราโคซอรัส ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีเขาเอียงไปด้านขวาแบบไม่สมมาตรเท่านั้น แต่มันยังมีใบหน้าทั้งสองข้างที่แตกต่างกันจนถึงขนาดว่า หากฟอสซิลนี้ไม่ถูกพบเป็นชิ้นเดียวกัน นักบรรพชีวินจะระบุว่ากะโหลกนี้มาจากไดโนเสาร์สองชนิดเลย

นี่นับว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าสนใจมากๆ ของวงการบรรพชีวินวิทยาเลยก็ว่าได้ เพราะ

“ที่ผ่านๆ เมื่อกะโหลกด้านหนึ่งของไดโนเสาร์หายไป นักบรรพชิวินจะสันนิษฐานไปเองว่าอีกกะโหลกอีกข้างมีหน้าตาเหมือนกับกะโหลกด้านที่พบ” คุณ Scott Persons ผู้ค้นพบฟอสซิลสุดแปลกชิ้นนี้กล่าว “แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป”

 

 

อ้างอิงจากคำบอกเล่าของเจ้าตัว คุณ Scott Persons ค้นพบกะโหลกชิ้นนี้ในพื้นที่อุทยานไดโนเสาร์แห่งรัฐแอลเบอร์ตา ในประเทศแคนาดา เมื่อปี 2015 และตั้งชื่อให้ฟอสซิลที่พบตามสุนัขของเขาว่า “ฮันนาห์” แม้ว่าในปัจจุบันเราจะยังไม่มีหลักฐานว่าไดโนเสาร์ที่ถูกพบเป็นตัวเมียหรือตัวผู้ก็ตาม

“ในทุกวันนี้กวางมักจะมีเขาด้านซ้ายและขวาที่แตกต่างกันในรูปแบบการแตกแขนง และฮันนาห์ก็แสดงให้เห็นว่าในอดีต ไดโนเสาร์เองก็อาจเป็นมีความแตกต่างในแบบเดียวกัน” คุณ Scott อธิบาย

 

 

นั่นเพราะเมื่อตรวจสอบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่พบอย่างละเอียด เราจะพบว่านอกจากเขาที่เียงแล้ว ไดโนเสาร์ตัวนี้ยังมีกระดูกงอกออกมาจากบาร์ข้างกระหม่อมซ้ายอยู่ถึง 8 อันในขณะที่กระหม่อมขวาจะมีกระดูกดังกล่าวแค่ 7 อัน และการเรียงตัวของกระดูกที่ว่านี้เอง ก็ทำให้ศีรษะของไดโนเสาร์ทั้งสองด้านมีความแตกต่างกันมาก

น่าเสียดายที่ในปัจจุบันทั้งคุณ Scott และทีมวิจัยเองจะยังไม่ทราบถึงเหตุผลที่ว่าทำไมไดโนเสาร์ตัวนี้ถึงมีใบหน้าทั้งสองข้างที่แตกต่างกันได้ขนาดนี้ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ได้นำฟอสซิลกะโหลกชิ้นนี้ไปทำการเลเซอร์สแกน 3 มิติเพื่อเก็บข้อมูลเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

คุณ Scott น้องหมาฮันนาห์ และฟอสซิลไดโนเสาร์ฮันนาห์

 

และทางทีมงานเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเลเซอร์สแกน 3 มิติของพวกเขานั้น จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อวงการบรรพชีวินวิทยา ต่อไปในอนาคตเลย

 

ที่มา foxnews, ctvnews และ dailymail

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์