ลึกลงไปใต้ท้องทะเล ห่างออกไปจาก “เกาะโออาฮู” เกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของฮาวาย ทีมนักสำรวจจากโครงการ “Lost 52 Project” ซึ่งทำการออกตามหาซากเรือสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำการค้นพบซากของเรือดำน้ำลำหนึ่ง หลับใหลอยู่ใต้สายน้ำลึกร่วม 3.3 กิโลเมตร

 

 

เรือดำน้ำลำดังกล่าวนี้มีชื่อว่า “USS Stickleback” (SS-415) โดยมันเป็นเรือดำน้ำที่เคยถูกใช้งานจนถึงช่วงสงครามเย็น ก่อนที่จะจมลงไปอยู่ใต้น้ำ ในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1958 จากอุบัติเหตุถูกพุ่งโดยชนเรือพิฆาต USS Silverstein

 

 

อ้างอิงจากบันทึกในอดีต เหตุการณ์การพุ่งชนในครั้งนี้เกิดขึ้นห่างจากเกาะโออาฮูราวๆ 30 กิโลเมตร โดยเรื่องราวเกิดขึ้นระหว่างการฝึกต่อต้านเรือดำน้ำ จากการที่ USS Stickleback เตาพลังงานของเรือดำน้ำขัดข้อง ส่งผลให้เรือดำน้ำจมลงเรื่อยๆ จนลูกเรือต้องปล่อยทุ่นลอยน้ำ เพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำเป็นการฉุกเฉิน

ปัญหาคือในเวลานั้นตัวทุ่นที่ถูกปล่อยออกมาได้ทำให้เรือลำนี้ลอยขึ้นอย่างไร้การควบคุม ดังนั้นมันจะชนเข้าอย่างจังกับพิฆาต จนทำให้น้ำเข้าเรือและทำให้เรือจมกลับลงไปใต้น้ำอีกครั้ง

 

 

นับว่าเป็นโชคดีของลูกเรือมากที่การจมในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที ดังนั้นเหตุการณ์จึงจบลงไปโดยไม่มีใครเสียชีวิต ถึงแม้ว่าเรือจะจมหายไปอย่างไม่มีวันกลับก็ตาม

อ้างอิงจากทาง Lost 52 Project แม้ว่าเรือลำนี้จะจมลงในช่วงสงครามเย็นก็ตาม แต่มันก็เคยมีบทบาทในสงครามโลกครั้งที่สองมาก่อนเช่นกัน ดังนั้นนี่จึงถือว่าเป็นอีกความสำเร็จหนึ่งของทางโครงการ และทำให้ยอดรวมเรือดำน้ำที่พวกเขาค้นพบเพิ่มขึ้นเป็น 6 ลำแล้ว

 

 

“Lost 52 Project จะขยายการทำงานของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหาเรือรบที่สูญหายไปเพิ่มเติม” คุณ Tim Taylor ผู้ก่อตั้งโครงการ Lost 52 Project กล่าว

“ผมภูมิใจมากในการค้นพบเรือจากช่วงสงครามเย็นในการค้นพบครั้งล่าสุด เพราะนี่ถือว่าเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารในอดีต ทั้งในด้านความทรงจำ และการปฏิบัติภารกิจของพวกเขาจริงๆ”

 

 

ที่มา foxnews และ livescience

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์