ชม 8 สรรพสัตว์ที่เข้าร่วมสงครามพร้อมกับมนุษย์อย่างเก่งกล้า จนได้เป็น “ฮีโร่” แห่งสงคราม


ว่ากันว่าสงครามนั้นมักจะนำมาซึ่งเรื่องเล่าของวีรบุรุษเหล่าผู้คนทำผลงานได้ดีในสงคราม แต่ทราบกันหรือมีว่าในบรรดาวีรบุรุษของสงครามนั้น แท้จริงแล้วก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเป็นมนุษย์เสมอไป

เพราะในบางครั้งตำแหน่งวีรบุรุษผู้กล้า ก็สามารถถูกมอบให้กับเหล่าสัตว์ที่เข้าร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่กับมนุษย์และสามารถทำผลงานจนตัวเองเป็นที่จดจำเช่นกัน

เหล่าสรรพสัตว์ทั้ง 8 ตัวต่อไปนี้ คือหลักฐานที่ดีของ เหล่าผู้กล้าที่ไม่ใช่มนุษย์ซึ่งถูกกล่าวมาข้างต้น และเรื่องราวของพวกมันแต่ละตัว ก็ถือว่าน่าสนใจอย่าบอกใครเลยทีเดียว

 

เรามาเริ่มกันจาก เรื่องราวของ “สิบเอก Stubby” สุนัขที่ได้รับรางวัลมากที่สุดแห่งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

นี่คือสุนัขที่รับหน้าที่เฝ้ายามในค่ายทหารฝั่งสัมพันธมิตรจากช่วงปี 1917 มีชื่อเสียงไม่เพียงจากการให้กำลังใจคนในกองทหาร แต่ยังมีผลงานรอดชีวิตจากระเบิดมือและการโจมตีด้วยแก๊สหลายครั้ง

แถมยังเคยจับสปายของเยอรมนีได้ด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นสุนัขตัวนี้จึงกลายเป็นสุนัขที่ได้เหรียญรางวัลยาวเหยียดจนต้องมีชุดพิเศษให้ แถมยังกลายเป็นดาราดังของสหรัฐฯ อยู่ช่วงหนึ่งเลย

 

ต่อกันด้วย “สิบเอก Bill” วีรบุรุษสายเลือดแคนาดาแห่งสงครามโลกครั้งที่ 1

Bill เป็นแพะที่ถูกทหารแคนาดาพาเข้าสงครามในฐานะมาสคอต แต่ไปๆ มาๆ กลับสร้างผลงาน ด้วยการขวิดทหารอย่างน้อยสามรายลงในสนามเพลาะ ช่วยชีวิตพวกเขาจากการถูกปืนใหญ่ยิงถล่ม

ผลงานนี้ ทำให้สิบเอก Bill ได้รับเหรียญรางวัลถึงสองชิ้นในปี 1914 และในตอนที่มันเสียชีวิต ร่างของมันก็ถูกเก็บรักษาไว้ในฐานะ วีรบุรุษแห่งสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอีกด้วย

 

“Wojtek” หมีแบกกระสุน แห่งกองทัพโปแลนด์

นี่คือหมีที่ถูกรับเลี้ยงโดยทหาร หน่วยปืนใหญ่ของโปแลนด์ในเดือนเมษายน 1942 โดยมันถูกเลี้ยงมาด้วยนมในขวดวอดก้า และเติบโตขึ้นท่ามกลางผู้คนและทหารกล้า

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อมันโตขึ้นหมีตัวนี้จะกลายเป็นตำนานของโปแลนด์ ถึงขั้นมีข่าวลือว่ามันกินเบียร์ และสูบบุหรี่ แถมยังค่อยแบกกระสุนปืนใหญ่ไปช่วยเพื่อนทหารด้วย

แน่นอนว่าในความเป็นจริงเจ้า Wojtek อาจจะแค่ถือกระสุนเปล่าเล่นเท่านั้น แต่การกระทำของมันก็เรียกขวัญกำลังใจให้กับทหารได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดที่หน่วยทหารของมันมีตราประจำหน่วยเป็นรูปหมีถือกระสุนปืนเลยทีเดียว

 

“Siwash” เจ้าเป็ดทหารเรือ

เจ้าเป็ดตัวนี้เป็นสัตว์อีกตัวที่กลายเป็นมาสคอตกองเรือ จากที่ที่นายทหารคนหนึ่งได้มันมาจากการพนันโป๊กเกอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 1943

มันมีชื่อเสียงมาจากการต่อสู้มือเปล่ากับไก่ของฝั่งญี่ปุ่น (ว่าง่ายๆ ก็ตีปีกกันนั่นล่ะ) แถมยังชนะมาได้แม้ได้รับบาดเจ็บที่หัวจากการโดยจิก

อย่างไรก็ตามหลังจากสงคราม Siwash ก็ได้ปลดประจำการไปอยู่ที่สวนสัตว์ Lincoln และมารู้กันทีหลังว่าจริงๆ แล้วมันเป็นตัวเมียอีกด้วย

 

“Sam เจ้าเหมียวผู้ไม่มีวันจม” ยอดแมว 9 ชีวิต ผู้รอดตายจากเหตุการณ์เรือจมถึง 3 ครั้ง

นี่คืออดีตแมวของกองทัพของนาซีในอดีต ที่เคยเข้าร่วมสงครามบนเรือประจัญบานชื่อดังอย่าง “บิสมาร์ค” ก่อนที่จะถูกรับเลี้ยงต่อโดยทหารอังกฤษ ผู้พบมันเกาะแผ่นไม้กลางน้ำ ตอนบิสมาร์คจม

ต่อมาเจ้าเหมียวตัวนี้ได้ย้ายบ้านมาอยู่กับเรืออังกฤษอย่าง HMS Cossack และ HMS Ark Royal แต่ก็ต้องพบว่าทั้งคู่ล้วนแต่จะถูกจมต้องเกาะแผ่นไม้ (อีกแล้ว) เอาตัวรอดกลางทะเล

ความสามารถในการเอาตัวรอด (หรือควรเรียกว่าความซวย) นี้เองทำให้เจ้า Sam ถูกขนานนามในหมู่ทหารเรือว่าเป็นเจ้าเหมียวผู้ไม่มีวันจมไป และมันก็รอดชีวิตไปจนจบสงครามเลยด้วย

 

 

“G.I. Joe” พิราบส่งข่าวแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2

จริงอยู่ว่ามีพิราบส่งข่าวจำนวนมากที่ได้รางวัลจากสงคราม แต่ Joe เป็นพิราบส่งข่าวที่ไม่ใช่ของอังกฤษ “ตัวแรก” ที่ได้รางวัลจากสงคราม

โดยมันมีผลงานสำคัญคือการป้องกันไม่ให้ทหารสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดใส่ทหารอังกฤษด้วยความเข้าใจผิด และช่วยชีวิตทหารไว้กว่า 1,000 คน ด้วยการบินส่งข้อความในระยะทาง 32 กิโลเมตร ในเวลาแค่ 20 นาทีนั่นเอง

 

“Tirpitz” หมูนักว่ายน้ำ แห่งเยอรมันช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

Tirpitz เดิมทีแล้วเป็นหมูที่ถูกพาขึ้นเรือรบ SMS Dresden ในปี 1914 เพื่อเป็นอาหาร อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะถูกกิน เรือที่มันโดยสารไปกลับถูกจมเสียก่อน เปิดโอกาสให้เจ้าหมูว่ายน้ำหนีไปยังเรืออังกฤษได้

ผลงานของมันทำให้ต่อมาทหารอังกฤษตัดสินใจที่จะเลี้ยงมันไว้เป็นมาสคอตจนจบสงคราม (ได้เหรียญกล้าหาญด้วยนะ) มันจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่สุดท้ายเจ้าหมูตัวนี้ก็ถูกประมูลขายอยู่ดี

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามความตายของมันก็ช่วยทำให้สภากาชาดอังกฤษสามารถระดมทุนจากการประมูลขายได้ถึง 1,785 ปอนด์ (ราวๆ 73,000) ซึ่งในสมัยนั้น ถือว่าเป็นเงินที่ค่อนข้างสูงเลยสำหรับหมู 1 ตัว

 

และ “สิบเอก Reckless” ทหารผ่านศึกแห่งสงครามเกาหลี

นี่คือม้าที่มีชื่อเดิมว่า Ah Chim Hai หรือ “เปลวเพลิงในรุ่งอรุณ” โดยมันถูกเจ้าของขายให้ทหารอเมริกันเพื่อหาเงินรักษาน้องสาว และเข้าร่วมสงครามเกาหลีเมื่อปี 1953 ในฐานะหน่วยขนกระสุน

เจ้า Reckless มีผลงานสำคัญที่สุดอยู่ที่การเดินทางขนกระสุนไปมาระหว่างแนวหน้ากับแนวหลังต่อเนื่องถึงวันล่ะ 51 รอบ แม้จะบาดเจ็บถึงสองครั้ง แถมบ่อยครั้งระหว่างกลับแนวหลังมันยังมีโอกาสได้ขนคนเจ็บกลับมารักษาด้วย

ผลงานระดับนี้เอง ทำให้เจ้า Reckless ได้รับตำแหน่งสิบเอกหลังสงคราม และกลายเป็นฮีโร่ที่เหล่าทหารโดยเฉพาะหน่วยที่ได้รับความช่วยเหลือจากมันจดจำไปอีกแสนนานเลย

 

 

ที่มา mentalfloss

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments