ในขณะที่ประชาชนกำลังตื่นตัวกับเรื่องของค่าฝุ่นมลพิษและหมอกควันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ภาคไหนของประเทศไทย ต่างเดือดร้อนและต้องการให้ทางภาครัฐช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว (แม้ว่าจะเกิดขึ้นทุกปีก็ยังไม่มีแนวทางลดลง)

โดยเมื่อช่วงวันที่ 8 มกราคม 2563 เว็บไซต์ Northpublicnews นำเสนอข่าว: กองทัพภาคที่ 3 สั่งให้ 9 จว.เหนือคุยกับสื่อปรับวิธีเสนอข่าว ระบุการนำเสนอเรื่องค่าฝุ่นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นข่าวไม่สร้างสรรค์

 

 

เนื้อหาข่าวโดยรวมระบุว่า กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ประชุมและสั่งการผ่านประชุมทางไกล ให้ 9 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นควันระดับจังหวัด

หลังพบคุณภาพอากาศบางจังหวัดเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สั่งให้คุยกับสื่อปรับวิธีนำเสนอข่าวให้สร้างสรรค์ กลัวคนตื่นตระหนก

 

 

ซึ่งหลังจากที่ทำการนำเสนอและรายงานข่าวไปแล้ว ทางเว็บไซต์ Chiang Mai City Life ทำการรายงานข่าวดังกล่าวในภาคภาษาอังกฤษ

พร้อมกับนำเสนอผ่านช่องทางเฟสบุ๊กด้วยพาดหัว Army asks media to provide more ‘constructive’ and ‘creative’ coverage of pollution crisis

 

Seriously?

Nai-post ni Citylife Chiang Mai noong Lunes, Enero 13, 2020

 

 

ในเมื่อเป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด และท่าทีในการจัดการปัญหาของภาครัฐนั้นกับสิ่งที่ทางกองทัพเรียกประชุมเช่นนี้ ชาวต่างชาติจะมีความคิดเห็นกันอย่างไรบ้าง ลองมาดูกัน…

 

 

ในภาพเป็นที่ศรีสะเกษ แต่มันเกิดขึ้นทุกวันที่อำเภอสารภีและอำเภอสันกำแพง พวกเขายังต้องการข้อพิสูจน์อะไรอีก พวกคุณจะไร้เดียงสากันไปถึงไหน

 

 

เฝ้าบอกตัวเองมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หลังจากตาติดเชื้อและปีที่แล้วเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการออกซิเจนในเลือดเหลือ 91% ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้าผมคงต้องไปจากที่นี่ และคงจะถึงเวลาต้องทำแล้วล่ะ

 

 

น่าละอายที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นทุกปีและยิ่งแย่มากขึ้นทุกปี พื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตรปกคลุมไปด้วยมลพิษในขณะที่คนต้องสูดดมเข้าไปตลอดทุกวี่ทุกวัน ผมหวังว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาทางเหนืออีกแล้ว

 

 

ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว ถ้าใครพอจะมีเงินตีตั๋วขึ้นเครื่องไปต่างประเทศได้ ก็คงจะหนีจากที่นี่ไปอีกหลายเดือน

 

 

จัดการอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย? ไอ้พวกขี้แพ้

 

 

ปัญหาไม่ได้เกิดมาจากรถยนต์แต่เป็นการเกษตรต่างหาก เพราะคุณจะอธิบายได้ยังไง ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดจำนวนรถยนต์ก็มีเท่าเดิม หยุดโกหกได้แล้ว ไปดูแผนที่ไฟป่าที่แปะไว้ได้เลย

 

 

แก้ปัญหานี้สักทีเถอะ แทนที่จะมาสั่งสอนชาวโซเชียลน่ะ

 

 

ก็ไปจับไอ้คนที่มันเผาแล้วก็ปรับพวกมันซะสิ เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายมากเลยนะ อย่าเอาแต่พูด ลงมือทำซะ!

 

 

มัวแต่สร้างสรรค์คำโกหกหลอกลวงกับจินตนาการฟุ้งซ่าน

 

 

แนวคิดสร้างสรรค์เหรอ ก็เลิกยุ่งการเมืองกับนำเสนอไอเดียงี่เง่าที่เอามาใช้บริหารประเทศกันได้แล้ว

 

 

ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันเป็นทิศทางของลมบวกกับความกดอากาศที่ทำให้เกิดมลพิษเลยนะเนี่ย ผมคิดว่ามันเป็นไฟที่คนจุดเผากันซะอีก ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวันในประเทศไทยแดนมหัศจรรย์

 

 

มีอะไรให้ต้องแปลกใจกันอีกเหรอ

 

 

น่าจะสร้างสรรค์กว่า หากให้นายพลคนดีมายืนกลางดงทุ่งนา ยืนสูดอากาศ ‘ไม่เป็นมลพิษ’ ปล่อยให้สื่อถ่ายภาพลุงยืนสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์ดีไหม?

 

 

ทำไมเอ็งไม่เริ่มร้องเรียนด้วยการพาดหัวว่าปัญหามลพิษทางอากาศมันรุนแรงแล้วนะ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน เอ็งเพิ่งใช้พาดหัวนั้นไปแล้วในเดือนนี้นี่หว่า

 

 

ตลกสิ้นดี ปัญหาเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมปีนี้ จะคอยดูไปอีก 4 เดือนข้างหน้า ลูกวัย 3 ขวบกำลังทรมานกับสิ่งนี้

 

ที่มา: northpublicnews, chiangmaicitylife, @CitylifeChiangMai

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์