ในช่วงปิดเทอมของระบบการศึกษา ถือเป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ จะได้รับการบ้านชิ้นโตติดกลับมาด้วย นั่นหมายความว่าต้องใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน เพื่อที่จะได้เสร็จพร้อมส่งทันก่อนเปิดเทอม เนื่องจากตามวิสัยเด็กทั่วไปจะต้องออกไปเล่น แอบอู้ไม่ทำการบ้านบ้าง

แม้กระนั้นแล้ว วีรกรรมสุดฮาของเด็กชายรายหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น ก็ถูกคุณแม่นำมาแฉให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า ลูกชายเธอแอบคิดการใหญ่เกินตัวมากๆ หลังจากที่ได้รับการบ้านวิชาค้นคว้าอิสระในช่วงปิดเทอม

 

 

sasabode อินสตาแกรมของคุณแม่ชาวญี่ปุ่น นำเรื่องราวที่เธอค้นพบว่า ลูกชายได้รับการบ้านให้ทำการค้นคว้าอิสระในหัวข้อที่เลือกเอง ต่างจากเด็กคนอื่นๆ ที่มักจะทำเรื่องทั่วไป อย่างการสังเกตการเติบโตของสัตว์ แมลง หรือต้นไม้

 

แต่ลูกชายของเธอเลือกหัวข้อ ‘ปฏิกิริยาของตัวเองและครอบครัว เมื่อดองการบ้านไว้จนถึงวันสุดท้าย’ ระบุชัดเจนและแน่วแน่บนปกสมุด

 

แน่นอนว่าวิธีการวิจัยนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ต้องปล่อยให้เวลาผ่านไปด้วยการสังเกตความรู้สึกของตัวเองกับคนในครอบครัว ทั้ง พ่อ แม่ และน้องชาย

การบันทึกจะเริ่มตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นหัวข้อ ไปจนถึงวันสุดท้ายใกล้เดดไลน์เปิดเทอม โดยที่เจ้าลูกชายตัวแสบต้องห้ามใจตัวเอง ไม่ปล่อยให้ตัวเองทำการบ้านเสร็จ เดี๋ยวจะทำให้ผลวิจัยนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่าตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

 

เมื่อคุณแม่เปิดอ่านผลการทดลอง จดบันทึกไว้เป็นไดอารี่ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

 

วันแรก

– ปิดเทอมฤดูร้อนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นสดชื่น ไม่มีการบ้านอะไรในหัวเลย

วันที่สองถึงวันที่สี่

– ออกเที่ยวแคมป์มาสนุกเวอร์ สบายใจไม่มีการบ้านในหัวอีกแล้ว

 

 

วันที่ห้าถึงวันที่แปด

– ไปว่ายน้ำ ไปดูผึ้ง ทุกวันรู้สึกมีความสุขมาก ไม่มีการบ้านมากวนใจ

วันที่เก้าถึงวันที่สิบสาม

– เที่ยวเทศกาลทานาบาตะ แล้วก็ไปว่ายน้ำอีก สนุกจริงๆ ไม่ต้องห่วงการบ้าน (อีกแล้ว)

วันที่สิบสี่ถึงวันที่สิบแปด

– ออกไปเดินเที่ยวระยะ 100 กิโลฯ ในหัวไม่นึกถึงเรื่องการบ้านเลยเพราะเหนื่อยจัด

วันที่สิบเก้าถึงวันที่ยี่สิบสอง

– ไปตั้งแคมป์ ไปทะเล ไปบ้านยาย ไปปิ้งย่างบาร์บีคิว ดูดอกไม้ไฟ เที่ยวบ้านเพื่อน กินน้ำแข็งใส ทำกิจกรรมเยอะแยะสนุกมาก แต่ในใจเริ่มตุ้มต่อมเมื่อช่วงปิดเทอมใกล้จะจบลงแล้ว

 

 

เหลือเวลาอีกสามวัน

– จริงๆ แล้วมีการบ้านดองเหลือบานเบอะขนาดนี้ ต้องรีบตื่นเช้าขึ้นมาจัดการให้หมด แต่ทำไม่ได้เดี๋ยวจะขัดกับงานวิจัยนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมน้องถึงไม่ทำการบ้าน แล้วนี่จะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย

 

มาจนถึงขนาดนี้แล้ว สถานะของการบ้านก็ยังคง ‘ดอง’ อยู่ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็ยิ่งใกล้หมดแล้ว ช่วงนี้จึงเริ่มมีสัญญาณของความตึงเครียดออกมา แต่ไม่มีทีท่าว่าการบ้านที่ดองไว้จะเสร็จแต่อย่างใด…

 

.

 

เหลืออีกสองวัน

– เช้านี้ฝันว่าไปโรงเรียนโดยไม่ทำการบ้านแล้วโดนครูดุ พอเป็นแบบนั้นก็ตาตื่น นี่มันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เหงื่อไหลเต็มตัวแบบไม่หยุด

และหลังจากนี้ก็ได้เวลาอ่านผลลัพธ์ของการค้นคว้าวิจัยอิสระ โดยที่คุณแม่เองสังเกตได้ว่าลูกชายเริ่มมีอาการวิตกกังวล

ปฏิกิริยาของคุณตาคุณยาย

– พูดเป็นเล่นไป? จะไปทำทันได้ยังไง?

ปฏิกิริยาของพ่อ

– หัวเราะเบาๆ ‘พ่อก็เคยร้องไห้นั่งทำการบ้านวันสุดท้ายเหมือนกันลูก’

ปฏิกิริยาของแม่

– พอแม่จับได้ว่าการบ้านเสร็จคือเรื่องโกหก แม่โมโหสุดขีด ทำจานแตกหนึ่ง! แม้แม่จะโมโหมาก แต่ผมต้องทำวิจัยให้สำเร็จก่อน เพราะฉะนั้นการบ้านจะเสร็จตอนนี้ไม่ได้ โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ

 

 

วันสุดท้าย

– หลับฝันดีและตื่นตอนเช้าสิบโมง อาจจะแปลกหน่อยผมกลับรู้สึกดีแม้จะเป็นวันสุดท้าย การบ้านยังไม่เสร็จ ไม่ฝันถึงครูดุที่โรงเรียนด้วย

 

 

– บางทีก็แอบคิด “ถ้าไม่มีการบ้านไปส่ง ครูก็ไม่น่าจะโกรธหรอก” แล้วจะมีการบ้านไปทำไม? มีชีวิตไปเพื่ออะไร? เราเกิดมาทำไม? แล้วเราจะรบราตีกันไปทำไม?

 

อธิบายความรู้สึกของตัวเอง

 

– เช้ามาก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ดันไปช่วยน้องชายทำการบ้าน พอบ่ายกินมื้อเที่ยงแล้วดันนึกถึงการบ้านของตัวเองที่ยังไม่เสร็จ แล้วมารู้สึกคลื่นไส้แบบนี้ไม่หยุดเลย

 

 

– ต่อให้ทำค้นคว้าอิสระก็เถอะ แต่กลับรู้สึกโมโหตัวเองที่เลือกหัวข้อนี้มาทำ อยากย้อนอดีต… อยากย้อนอดีต… อยากย้อนอดีต…

 

 

– จะให้ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ต้องทำเท่านั้น และต้องทำตอนนี้ น้ำตามันไหลออกมาไม่หยุดไม่หย่อน อยากย้อนอดีตเหลือเกิน…

 

ปฏิกิริยาของคนในครอบครัว

คุณพ่อ: พ่อหัวเราะแล้วพูดว่า “พ่อก็เคยร้องไห้มานั่งทำวันสุดท้ายเหมือนกัน”

 

คุณแม่: มองหน้าสบตา แต่ไม่พูดอะไร บางทีผมอาจจะเลือกหัวข้อที่ร้ายแรงเกินไปก็ได้

 

ส่วนของน้องชาย (มานาบุ)

 

– ตอนเช้า นั่งทำการบ้านตาลีตาเหลือก ตอนบ่าย โผล่ออกไปเล่นกับเพื่อนหน้าตาเฉย “ทำไมน้องมันถึงรู้สึกสบายใจได้ขนาดนั้น”

 

 

– เอ๊ะ หรือน้องเลือกหัวข้อเหมือนเรา พอตกกลางคืนมา น้องชายกลับมาบ้านอยู่ในสภาพนั่งทำการบ้านไปร้องไห้ระงมไปด้วย เห็นขนาดนี้แล้ว ไม่น่าทำวิจัยกับตัวเองเลย ใช้น้องทำวิจัยชิ้นนี้ก็น่าจะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน

 

มาที่น้องชายคนเล็กอีกคน (มาโมรุ)


– น้องไม่เข้าใจหรอกว่าการบ้านคืออะไร น้องยังอยู่ในวัยอนุบาลอยู่เลย

 

ปฏิกิริยาของแฮมซาคุเจทาโร่ (หนูแฮมสเตอร์)

 

– น้องมองด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วง น้องก็น่ารักจังเลยนะ

 

ปฏิกิริยาของเต่า (1) น้องมองด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วง น้องก็น่ารักจังเลยนะ (เหมือนด้านบน)

 

ปฏิกิริยาของเต่า (2) ก็ยังชมน้องว่าน่ารักเหมือนเดิม มองด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วง

 

เช้าแล้ว เสร็จสิ้น ได้เวลาไปโรงเรียนกัน

 

ปิดท้ายด้วยความรู้สึกของคุณครูที่มีต่องานชิ้นนี้

 

คุณครูยอมรับงานค้นคว้าอิสระชิ้นนี้อย่างเต็มใจ พร้อมกับบอกว่า “แหม ได้ประสบการณ์ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนมาเยอะเชียวนะ”

 

ทำไงได้ ก็น้องเอนจอยแคมป์ปิ้งมากกว่าทำการบ้านนี่เนอะ!?

 

ที่มา: @sasabode, grapee, news.nicovideo

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์