นักวิทย์เทียบประสิทธิภาพ 14 หน้ากาก ชี้ชัดชิ้นไหนป้องกันได้ดี!? ชิ้นไหนเสี่ยงกว่าไม่ใส่!?


ในปัจจุบันมันเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หน้ากากได้กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญ ในการใช้ชีวิตในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นหน้ากากแต่ละชนิด ก็ใช่ว่าจะมีความสามารถในการป้องกันไวรัสที่เท่ากัน ดังนั้นเมื่อเราเห็นหน้ากากมากมายในท้องตลาด หลายคนไม่น้อยก็คงเกิดสงสัยขึ้นมาว่าหน้ากากเหล่านี้ อันไหนกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

 

ดังนั้นเพื่อที่จะตอบคำถามที่คาใจข้อนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดุกของสหรัฐอเมริกา จึงได้ตัดสินใจทำการทดลองเปรียบเทียบ หน้ากาก 14 แบบ

ด้วยการให้ผู้ทดลองใส่หน้ากากพูดประโยค “Stay healthy, people” ใส่กล่องที่มีการติดตั้งแสงเลเซอร์แบบแผ่นแสงเอาไว้ เพื่อคำนวณจำนวนละอองน้ำที่ผ่านหน้ากากมาอีกที

“เรายืนยันได้ว่าเมื่อคนพูดละอองน้ำเล็กๆ จะถูกขับออกมา ซึ่งทำให้โรคสามารถแพร่กระจายได้โดยการพูดคุยเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องไอหรือจาม” คุณ Martin Fischer ผู้นำการวิจัยกล่าว

 

 

วิดีโอการทดลองจาก Duke Health

 

และเมื่อการวิจัยจบลงนักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบกับความจริงที่น่าสนใจหลายข้อ

เนื่องจากหน้ากากที่ดูจะมีประสิทธิภาพสูงบางชนิด แท้จริงแล้วกลับไม่ได้ดีอย่างที่คิด แถมหน้ากาก 1 อันยังเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อให้คนรอบๆ ด้วย

โดยพวกเขาได้เรียงลำดับหน้ากาก จากดีที่สุดไปยังแย่ที่สุดไว้ ดังนี้

 

1. หน้ากาก N95 แบบไม่มีวาล์ว ชนะไปอย่างเด็ดขาด

มีการป้องกันในระดับเกือบสมบูรณ์แบบ ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยต่ำกว่า 0.1%

 

2. หน้ากากอนามัย 3 ชั้น

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยน้อยกว่า 5%

 

3. หน้ากากผ้าคอตตอน-พอลิโพรไพลีน (Cotton-Polypropylene)

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 5%

 

4. หน้ากากอลิโพรไพลีน 2 ชั้น (Polypropylene)

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 5-10%

 

5. หน้ากากผ้าคอตตอน 2 ชั้นพับจีบ

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 10%

 

6. หน้ากากผ้าคอตตอน 2 ชั้นพับจีบอีกแบบ

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 10% เช่นกัน

 

7. หน้ากาก N95 แบบมีช่องระบายอากาศ

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 15% เนื่องจากช่องระบายอากาศกลายเป็นจุดอ่อนเสียเอง

 

8. หน้ากากผ้าคอตตอน 2 ชั้น แบบ Olson

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 15-20%

 

9. หน้ากากชั้นเดียว Maxima AT

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 20%

 

10. หน้ากาก ผ้าคอตตอน ชั้นเดียวพับจีบ

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 20-25%

 

11. หน้ากากผ้าคอตตอน 2 ชั้นพับจีบ อีกรูปแบบ

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยราวๆ 30-35%

 

12. หน้ากากไหมพรมถัก

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยถึงราวๆ 35%

 

13. ผ้าโพกหัวที่นำมาใช้เป็นหน้ากาก

ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยถึงราวๆ 55%

 

14. และที่โหล่ของเรา ผ้าพันคอผ้าฟลีซ

เมื่อใช้จะทำให้ละอองขนาดใหญ่กระจายเป็นละอองฝอยมากกว่าเดิม ละอองน้ำผ่านไปได้เฉลี่ยถึงราวๆ 110% มากกว่าไม่ใส่หน้ากากเลยเสียอีก

 

นี่นับว่าเป็นงานวิจัยที่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่งเลย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่การทดลองที่เทียบประสิทธิภาพของหน้ากากเพียงชิ้นเดียวแต่อย่างไร

เพราะในช่วงเหมือนเมษายนที่ผ่านมา นักเคมีของญี่ปุ่นก็เคยทำการทดลองคล้ายๆ กันมาแล้ว เพียงแต่การทดลองในครั้งนั้น เป็นการเปรียบเทียบอนุภาคที่หน้ากากกรองได้ก็เท่านั้น

ซึ่งหากเพื่อนๆ สนใจการทดลองดังกล่าว ก็สามารถเข้าไปตามไปอ่านได้ที่ นักเคมีญี่ปุ่น ทดสอบหน้ากาก 3 ชนิด เทียบกันให้เห็นว่าแต่ละอันมีกันไวรัสได้ดีแค่ไหน

ที่มา sciencealert, boredpanda และ sciencemag

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments