คนเรานั้นมีตัวตนและความชอบที่แตกต่างกัน และถึงแม้จะแตกต่างเราก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เพียงแค่มองอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องยอมรับว่าในโลกมีคนจำนวนมากที่มักทำร้ายจิตใจคนอื่นเพื่อความสนุกส่วนตัวอยู่ดี และมันก็เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขปัญหานี้

 

 

Hazel วัย 29 ปีเองก็เป็นอีกคนที่สมัยเรียนถูกคนในโรงเรียนรังแกและล้อเลียนรูปร่างของเธออยู่เสมอ เธอไม่เคยมีแฟน และเป็นสาวร่างใหญ่มาตลอด

เหตุการณ์ในสมัยเรียนทำให้เธอทนทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล รวมทั้งไม่มีความมั่นใจในตัวเอง จนกระทั่งเรียนจบและเริ่มทำงาน ความคิดของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป

 

 

เมื่อตอนเธออายุ 24 ปี เธอเห็นว่าเพื่อนร่วมงานหลายๆ คนที่มีรูปร่างใหญ่เหมือนกันโพสต์รูปถ่ายเรือนร่างของพวกเขาลงบนอินเทอร์เน็ต ทำให้เธอได้แรงบันดาลใจและลองทำดูบ้าง

ปรากฏว่าเธอได้รับการต้อนรับจากกลุ่มผู้ชมนั้นเป็นอย่างดี ทำให้เธอเริ่มได้รับความมั่นใจกลับคืนมา และทัศนคติต่อรูปร่างและความงามก็เปลี่ยนไป

เธอเชื่อว่า ไม่ว่าจะรูปร่างอย่างไร ทุกๆ คนสามารถเฉิดฉายความงามและเซ็กซี่ได้เหมือนๆ กัน และเธอก็รักตัวเองที่เป็นแบบนี้ด้วย

 

 

นอกจากนี้เธอยังพลิกเอาปมด้อยในวัยเรียนมาเป็นโอกาส ด้วยการอัดคลิปวิดีโอตอนทานอาหารและตีพุงของตัวเองให้แฟนคลับของเธอได้รับชม และมันทำเงินให้เธอราว 800 ปอนด์ต่อเดือน (ประมาณ 30,000 บาท)

แม้ว่าเธอจะทำมันเป็นงานอดิเรกยามว่าง เพราะเธอเองก็มีงานประจำทำอยู่ต่างหาก แต่ก็มีผู้คนที่ชื่นชอบเข้ามาติดตามเธอมากกว่า 19,000 คนเลยทีเดียว

 

 

และแฟนหนุ่มคนปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อนๆ ของเธอเองก็เข้าอกเข้าใจในกิจกรรมยามว่างของเธอเป็นอย่างดี พวกเขาคอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

“ฉันยังจำวันที่ขับรถเข้าไปซื้อโดนัทคริสปี้ครีมได้อยู่เลย ฉันร้องไห้ออกมาเมื่อคิดว่าถ้าฉันเข้ารับการผ่าตัดรัดกระเพาะอาหาร ฉันก็จะไม่มีโอกาสได้กินโดนัทอีกแม้แต่ชิ้นเดียว…

 

 

ฉันรู้ตัวดีว่ายอมเป็นคนร่างใหญ่แต่มีความสุขยังดีซะกว่า ฉันไม่กังวลเรื่องสุขภาพของตัวเองเพราะตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ฉันไม่เป็นเบาหวาน ไม่เป็นความดัน มีคนผอมๆ อีกมากที่สุขภาพแย่กว่า

ฉันรักการกินและรักมาตลอดทั้งชีวิต อาหารคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันดื่มด่ำไปกับพวกมัน และตอนนี้ฉันก็สามารถดื่มด่ำไปกับอาหารพร้อมๆ กับเป็นคนเซ็กซี่ได้ เป็นของโปรดของฉันทั้ง 2 อย่างเลย”

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวม่วง

ที่มา Unilad และ DailyMail

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์