เมื่อผลการศึกษาชี้ว่า ประเทศที่ผู้นำเป็น “เพศหญิง” จะรับมือ “โควิด-19” ได้ดีกว่าผู้นำชาย!?


ในช่วงเวลาที่โรคร้ายระบาดไปทั่วเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนในหลายๆ ที่ จะเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์การรับมือกับโรคร้ายของรัฐบาลประเทศตัวเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลและมหาวิทยาลัยเร้ดดิ้ง ลองตรวจสอบข้อมูลในรูปแบบคล้ายๆ กันนี้ดู พวกเขาก็พบกับเรื่องที่น่าสนใจเอามากๆ อยู่ข้อหนึ่ง

นั่นคือประเทศที่มีผู้นำเป็นผู้หญิง โดยเฉลี่ยจะมีอัตราการรับมือกับโรคระบาดได้ดีกว่าประเทศที่มีผู้นำเป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นที่ นิวซีแลนด์ ไต้หวัน นอร์เวย์ หรือเยอรมนี

 

จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งนิวซีแลนด์

 

ความแปลกที่พบนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตัดสินใจทำการทดลองในหัวข้อนี้ให้ละเอียดขึ้นอีกขั้น

โดยในคราวนี้พวกเขาได้รวบรวมข้อมูลประเทศที่มีปริมาณ GDP ต่อหัว จำนวนประชากร ความหนาแน่นของประชากร และจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ใกล้เคียงกับประเทศที่มีผู้นำเป็นผู้หญิงข้างต้น

ก่อนจะนำจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศมาเปรียบเทียบกันอีกที

 

 

พวกเขาพบว่าประเทศฮ่องกงที่มีผู้นำเป็นผู้หญิงนั้นมีรายงานผู้ป่วยอยู่ที่ราวๆ 1,056 ราย เสียชีวิต 4 ราย

ในขณะที่สิงคโปร์ที่มีจำนวนผู้คนคล้ายกันแต่นำโดยผู้ชายมีรายงานผู้ป่วยถึง 28,794 ราย เสียชีวิต 22 ราย

เท่านั้นยังไม่ประเทศนอร์เวย์ซึ่งมีผู้นำเป็นผู้หญิงเอง ก็มีรายงานผู้ป่วยอยู่ที่เพียง 2,857 ราย เสียชีวิต 233 ราย

ในขณะที่ไอร์แลนด์ที่มีผู้นำเป็นผู้ชายมีรายงานผู้ป่วยอยู่ที่ 24,200 ราย เสียชีวิต 1,547 ราย

และไต้หวันซึ่งมีผู้นำเป็นผู้หญิงเช่นกัน ก็มีรายงานผู้ป่วยอยู่ที่ 440 ราย เสียชีวิต 7 ราย

ทั้งที่เกาหลีใต้ที่มีลักษณะประชากรคล้ายกันมีรายงานผู้ป่วยอยู่ที่ 11,078 ราย เสียชีวิต 263 ราย

 

 

อ้างอิงจากนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาคาดว่าเหตุผลหลักๆ ของความแตกต่างจากตัวเลขนี้เป็นไปได้ว่าจะมาจากการที่ประเทศซึ่งมีผู้นำเป็นผู้หญิงมักมีการปิดประเทศค่อนข้างเร็ว เมื่อเทียบกับประเทศอื่นนั่นเอง

ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจแสดงให้เห็นว่าโดยรวมแล้ว ผู้นำหญิงมักจะไม่ชอบความเสี่ยงเท่ากับผู้นำชาย ซึ่งทำให้บ่อยครั้งพวกเธอเหมาะสมกับการป้องกันเหตุการณ์บางอย่าง เช่นโรคระบาดมากกว่าผู้ชายไป

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ก็ระบุมาในที่นี้ด้วยว่า งานวิจัยของพวกเขานั้นเป็นเพียงการให้คำอธิบายแบบง่ายๆ กับตัวเลขที่แตกต่างกันในทางสถิติเท่านั้น เนื่องจากประเทศที่มีผู้นำเป็นผู้หญิงในปัจจุบันยังถือว่ามีอยู่ค่อนข้างน้อย

 

อังเกลา แมร์เคิล (ซ้าย) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จับมือกับ จาซินดา อาร์เดิร์น (ขวา) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

 

และแม้ว่าพวกเขาจะบอกว่าประเทศที่นำโดยผู้หญิงมักจะมีการป้องกันโรคที่ดีก็ตาม ในการเก็บข้อมูลครั้งนี้เองพวกเขาก็พบเช่นกันว่า

ในประเทศที่มีผู้นำเป็นผู้หญิงบางที่ (ในกรณีนี้นักวิทยาศาสตร์พบแค่ประเทศเบลเยียม) ก็อาจจะรับมือกับโรคร้าย ได้อย่างเลวร้ายมากกว่าผู้ชายเช่นกัน

ดังนั้นแม้ว่าโดยร่วมแล้วผู้นำหญิงอาจจะทำผลงานได้ดีกว่าผู้นำชายก็ตาม แต่ปัจจัยส่วนบุคคล ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบสำคัญต่อการตัดสินใจและการบริหารประเทศของผู้นำต่างๆ อยู่ดี

 

ที่มา pri และ sciencealert

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments